Collective Studio กับสไตล์การทำงานแบบ Rock ‘n’ Roll

เวลาเห็นงานออกแบบของตัวเองถูกเนรมิตขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้ มันน่าปลื้มอยู่ไม่น้อย แล้วมันคงดีกว่าถ้างานนั้นมัน “ถูกใจลูกค้าและถูกจริตตัวเองด้วย” สามารถเอาภาพถ่ายจากสถานที่จริงไปเพิ่มใน Portfolio ได้อย่างภาคภูมิ แล้ว บริษัทรับตกแต่งภายในและภายนอกอาคารอย่าง Collective Studio จะสร้างงานให้ถูกใจทั้งลูกค้าและตัวเองอย่างไร?

ตอนนี้ บิลค์ทีม อยู่ในออฟฟิศของหนึ่งในสมาชิก บิลค์ สังคมคุณภาพของธุรกิจก่อสร้าง แอบลังเลอยู่นิดหน่อยว่านี่ห้องซ้อมดนตรีหรือเปล่า เพราะมีกีต้าร์และแอมป์นับไม่ถ้วน แถมมีกลองไฟฟ้าอยู่ที่มุมห้องอีกต่างหาก 

คุณกอบชัย ลิมปนเทวินทร์ และ คุณชัชนรินทร์ พราหมณพันธุ์ ดูโอนักออกแบบ เล่าว่า วิถีชีวิต แนวคิดการทำงานที่คล้ายกัน รวมไปถึง สไตล์งานออกแบบที่ชอบ นำพาให้ทั้งคู่มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยกัน

เริ่มที่แสดงตัวตนสื่อออกไปให้ชัด ดึงดูดลูกค้าสไตล์เดียวกัน

collective studio

คุณชัชนรินทร์ : โดยส่วนตัวแล้วชอบหลายแนว Loft, Industrial, Modern, Tropical งานแบบแมนๆ แต่ก็ไม่มีใครพบผมแล้วให้ออกแบบงานหวานๆเท่าไหร่ เจอกันแล้วก็รู้แล้วว่าไม่ใช่สไตล์เรา และด้วยตัวผลงาน คาแรกเตอร์ของเราที่อยู่ใน Facebook หรือ Website มันก็ทำให้ลูกค้าสไตล์ใกล้เคียงกันเข้ามา

การตกแต่งออฟฟิศของ Collective Studio นำเสนอคาแรกเตอร์ตัวเองออกมาด้วย ?

คุณกอบชัย : ใช่ ผมว่ามันดีนะ เหมือนเราได้สื่อสารกับลูกค้า ลูกค้าเค้าก็เลือกมาประมาณนึงแล้วว่าคนนี้ใกล้เคียงกับสไตล์ที่ต้องการ เมื่อก่อนเราหาลูกค้า มีลูกค้ากี่คนในตลาดก็อยากจะคุยกับทุกคน มันก็เสียเวลาทั้งเค้าและเราในการมาคัดกรองกันอีก แต่ว่า ถ้าเราสื่อสารคาแรกเตอร์ของเราผ่านการออกแบบออฟฟิศ แสดงให้เห็นผ่านสื่อ แบบนี้เราจะถูกคัดกรองจากลูกค้าเอง

คุณชัชนรินทร์ : นอกจากออฟฟิศ เราแสดงให้เห็นในทุกอย่าง แม้กระทั่งเสื้อบริษัท …ที่วันนี้ไม่แห้ง เลยไม่ได้ใส่มา ซักไม่ทัน ฝนตก… มันก็เป็นตัวตนของเราหมดเลย

ตัวตนของ Collective Studio เป็นยังไง?

คุณกอบชัย : ถ้าให้เลือกมาซักคำนึงก็เป็นสโลแกนของ Collective Studio เนี่ยแหละ คือ Design Solution เราทำงานโดยการหา Solution ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

คุณชัชนรินทร์ : เราบอกตัวเองตลอดว่าเราทำงานแบบ Rock ‘n’ Roll วิธีการทำงานเราชัดเจน เวลาสื่อสารกับลูกค้า เรื่องงาน เรื่องเงิน ก็พูดตรงๆ เอาให้ชัดเจน ไม่หน่อมแน้ม ไม่มีมานั่งคิดว่าจะบอกลูกค้ายังไงดี พอมันเป็นตัวเอง มันส่งผลดีหลายแง่ ทั้งเรื่องผลงาน ทั้งธุรกิจ

 

ปรับความคาดหวังเรื่อง เวลา ต้นทุน คุณภาพ ให้ตรงกัน แล้วคุยเรื่องเงินให้จบ

collective studio

ช่วยอธิบาย Cheap / Fast / Good บนผนังออฟฟิศ Collective Studio

คุณชัชนรินทร์ : เราเป็นบริษัทดีไซน์ ทั้งลูกค้า ทั้งเราอยากได้ความสวยงามก่อนเลย แต่ความสวยงามนั้นต้องเป็นจินตนาการบนพื้นฐานความเป็นจริง ในงบประมาณและเวลาที่เค้ามีด้วย ทุกคนอยากได้ความสวยงามระดับ 10 นะ แต่พอคุยแล้ว มีงบอยู่ 5 มีเวลาแค่ 3 มาเป็นหน้าที่เรา ที่จะกลับมาออกแบบ Solution ให้เกิดขึ้นจริงได้ 

คุณกอบชัย : เราคุยเรื่องนี้กันมาตลอด Cheap / Fast / Good มี 3 อย่างเลือกได้สองอย่าง

คุณชัชนรินทร์ : เราออกแบบ Solution ลูกค้าจะเลือก Cheap – Good ก็ได้นะ จะทำให้เมื่อว่าง แต่ในความเป็นจริงทุกคนก็เลือกเร็วไว้ก่อน ส่วน Fast – Cheap งานแย่ ไม่มีใครอยากได้ ใครๆก็อยากได้ Fast – Good ถ้ารีบและอยากงานดี ราคาจะไม่ถูก เราก็เลือกรับงานจากลูกค้ากับเราจูนกันติดในเรื่องนี้เท่านั้น

หลังจากจูนกันเรื่องนี้แล้ว?

คุณชัชนรินทร์ : ก่อนรับงานเป็นเรื่องธุรกิจ มีเนื้องาน-เวลา แบบนี้ ราคาเป็นเท่าไหร่ คุยให้มันชัดๆ ตรงๆ เอางบประมาณลูกค้ามาก่อน หรือถ้าทำไม่ได้ในงบทีแรก ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ถึงได้สิ่งที่ต้องการ ทำได้หรือไม่ก็บอกไปตรงๆ  พอต่อรอง หลังเซ็นต์สัญญากัน จบ ผมลืมไปเลยนะ ว่าราคาเท่าไหร่ ผมเต็มที่อยู่แล้ว ทำให้ดีที่สุด เราไม่แคร์แล้วว่าคิดถูกไป เพราะมันมีผลทำให้งานไม่ดี เหมือนกับเราเป็นนักออกแบบแต่เราต้องทำธุรกิจไง เลยทำให้มันจบไปตั้งแต่ทีแรก

คุณกอบชัย : คุยเรื่องเงินให้จบ พอจบมันก็เป็นไปตามขั้นตอนของมัน แล้วเราก็มามุ่งในตัวงาน เราพยายามพูดตรงๆ พูดชัดๆ เมื่อก่อนอาจจะพูดไม่ชัด เช่น ประมาณนี้ ราคาเท่านี้ ตอนนี้เราบอก ไม่ได้คือไม่ได้

คุณชัชนรินทร์ : พูดทุกอย่างตรงๆให้ชัดเจน ลูกค้าก็รับได้นะ เลยรู้สึกว่า ทำไมเราไม่พูดแบบนี้ตั้งนานแล้ว

ลูกค้ากล้าจ่ายเงินก่อนจะเสนอไอเดีย แสดงว่าเค้าต้องเชื่อถือ Collective Studio ระดับนึง

คุณกอบชัย : ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของผลงานเก่า และในสื่ออย่าง facebook ที่มีรูปเราอยู่หน้างาน อัพเดทตลอดเวลา ให้เห็นว่าเรามีตัวตนจริงๆ สร้างความเชื่อมั่น ว่าเราไม่ได้หนีหายไปไหน

ไปประเมินหน้างานให้ก่อนจ่ายเงินด้วย?

คุณชัชนรินทร์ : เรื่องใจนั่นแหละสำคัญ เราเป็น Rock ‘n’ Roll ถ้าเกิดมีลูกค้าต่างจังหวัดอยากทำร้านโทรเข้ามา เราแค่ถาม ทำร้านอะไร? มีรูปถ่ายมั้ย? กี่ตารางเมตร? แล้วประเมินราคาให้ไปก่อน “ประมาณนี้นะ โอเคมั้ย?” เราเอาแค่คำพูดเค้าว่า “โอเค” เท่านั้นแหละ จะเชียงใหม่ แพร่ ผมก็ไป เค้าก็มีสิทธิที่จะเบี้ยวนะ แต่ผมไม่แคร์ ถือว่าไปเที่ยว ผมว่ามันเป็น Life Style แบบเรา

คุณกอบชัย : ถึงยังไม่จ่ายเงิน แต่ถ้ามันคุยกันได้ เราก็ไปเลย

คุณชัชนรินทร์ : มันใช้ Sense เยอะ นะ บางคนผมก็ปฏิเสธตั้งแต่คุยทีแรก

สื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจตรงกัน

คุยกับลูกค้ายังไง?

คุณชัชนรินทร์ : นั่งคุยเยอะๆ เรื่องนี้มันใช้เวลาน้อยไม่ได้เลย คุยครั้งแรกชั่วโมง สองชั่วโมง ถามทุกอย่าง ต้องชอบยุ่งชาวบ้านนิดนึง เมื่อวานไปคุยงานออกแบบออฟฟิศ ถามไปเรื่อยๆ มีกี่คน กินข้าวที่ไหน คุยโทรศัพท์เสียงดังมั้ย แต่ที่น่ากลัวคือ ลูกค้าสื่อสารออกมาผิดจากสิ่งที่อยากได้ เช่น บางทีบอกชอบงาน Loft แต่กลับจะเอากระเบื้องลายหินอ่อน มันไม่ใช่นะ ผมเลยขอรูปมาดูก่อน 

คุณกอบชัย : พวกรูป Reference ที่เค้าชอบ มันก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้เราตีความเค้าได้ถูก ดูจากรูปเราพอจะรู้แล้วว่า ไอ้ที่เค้าชอบมันคืออะไร ตรงกับที่เค้าพูดมั้ย บางทีมันไม่ใช่นะ เราก็พยายามทำความเข้าใจช่วงแรกให้มันเยอะ ส่งรูปที่เราคิดว่ามันเหมาะกับเค้าส่งกลับไปบ้าง แล้วเค้าก็จะดูเองว่า มันใช่หรือไม่ใช่ พยายามจูนกันก่อน

คุณชัชนรินทร์ : ถ้าไม่พยายามไปทำความเข้าใจให้เคลียร์แล้วทำงานไปเลย งานกลับออกมาไม่ได้อย่างที่เค้าต้องการ บางทีไม่ใช่ปรับแต่เป็นการรื้อทำใหม่ ดีไซเนอร์เค้าไม่แฮปปี้หรอก อ้าว! ก็คุยกันแล้ว ทำไมมารื้อทำใหม่ การทำความเข้าใจเรื่องความชอบเนี่ยแหละ เป็นเรื่องยาก สวยของเค้ากับของเรามันต้องจูนกันก่อน

ทำแบบให้ละเอียด สร้างได้จริง

collective studio

ผลงาน Collective Studio ปลายปี 2015 ที่มา

สื่อสารกับผู้รับเหมายังไงให้ได้งานตามที่เราคิด ตามที่ลูกค้าต้องการ ? 

คุณกอบชัย : ใช้แบบสื่อสารก็ไม่ยากนะ เราก็แค่ทำแบบให้ละเอียด คุยกันให้เข้าใจ แต่จะได้งานออกสวยหรือไม่ก็ขึ้นกับทั้งสองฝั่งด้วย ทั้งคนออกแบบและผู้รับเหมา ผู้รับเหมาเค้าก็ทำตามแบบนั่นแหละ ถ้าทำออกมาแล้วมันผิดแบบ ก็แก้ให้ถูก แต่ถ้าทำถูกแล้วมันดันออกมาไม่สวย มันเป็นเรื่องของคนออกแบบที่จินตนาการแล้วเป็นไปไม่ได้

คุณชัชนรินทร์ : มันเป็นสองขานะ เราจะไม่ออกแบบอะไรที่มันทำไม่ได้ หรือทำไปมันไม่เนี้ยบ ถ้าเราดีไซน์โดยไม่เข้าใจ Production งานออกแบบเราจะสวยแต่ในรูป พอทำออกมามันก็ไม่สวยแล้ว

คุณกอบชัย : กรณีตัวอย่างที่เห็นบ่อยๆ ทำโลโก้เป็นป้ายหน้าร้าน มองในตีฟ (Perspective) เป็นไดคัทลอยๆเลย สวย แต่ในความเป็นจริง สระอี ไม้เอก ลอยเฉยๆไม่ได้ ต้องมีเหล็กยึดไว้ คนทำก็ทำตามที่เค้าทำได้ เค้าไม่สามารถทำให้สระอีลอยอยู่ได้บนอากาศ ทีนี้พอทำออกมาก็ไม่สวยเหมือนในแบบ หรืออีกตัวอย่าง ขาโต๊ะ ในตีฟบางนิดเดียว สวย ดูแล้วลอยๆ แต่ความจริงอยู่ไม่ได้ มันอ่อนแอเกินไป คนทำก็ต้องเพิ่มขนาดให้มันใหญ่ขึ้น พอเพิ่มแล้ว มันก็ไม่เหมือนในแบบซะทีเดียว ก็นั่นแหละ เป็นเรื่องของคนอออกแบบ ว่าเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองออกแบบได้มากแค่ไหน ใส่ใจรายละเอียดขนาดไหน ตอบโจทย์ความเป็นจริงมั้ย คนทำ เค้าก็ทำตามแบบนั่นแหละ เวลาที่จะไม่ทำตามแบบคือมันทำไม่ได้

การทำงานออกแบบด้วย Production ด้วย เป็นข้อดี ?

คุณชัชนรินทร์ : ใช่ เราก็ไม่ออกแบบอะไรให้เหนื่อยตัวเอง แล้วเราก็ไม่ต้อง Production อะไรที่แบบ.. ออกแบบมาได้ยังไงเนี่ย เราเคยรับงาน Production ที่คนอื่นออกแบบ แต่บางทีก็เรื่องเดิม เป็นแบบที่ไม่ได้คำนึงถึงงานผลิต สวยแต่ว่ามันทำยากมาก เพราะด้วยฝีมือของช่าง ด้วยวัสดุที่มีอยู่ในตลาด ด้วยงบประมาณของลูกค้าด้วย

ใช้บิลค์ในส่วนไหน ?

คุณกอบชัย : ใช้ BUILK Cost Control ไว้ดูเรื่องต้นทุนเป็นหลัก โครงการไหนที่ทำ Production ด้วยก็ทำในนี้ ข้อผิดพลาดส่วน Production ก็ลดลงเยอะ ใช้เวลาน้อยลงด้วย เพราะเราดึงข้อมูลเก่ามาใช้กับลูกค้าปัจจุบันได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาค้นข้อมูลหลายที่ เหมือนเป็นฐานข้อมูลต้นทุน

 

 

สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 23 ธันวาคม  2558

 


บิลค์ทีมเกี่ยวกับ บิลค์ทีม

บิลค์ทีม เป็นทีมงานทุกคนในบิลค์ เราอยากสร้าง สังคมผู้รับเหมาคุณภาพของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างลดต้นทุน ประหยัดเวลา ด้วยการสร้าง โปรแกรมควบคุมต้นทุน ให้ผู้รับเหมาใช้ฟรี นอกจากโปรแกรมแล้ว เราก็ทำอะไรอย่างอื่นที่เราพอจะคิดออกไปเรื่อยๆ..เพื่อให้ผู้รับเหมามีชีวิตที่ดีขึ้น

About the author