สำหรับคนขี้เกียจอ่าน

  • เลือกเหล็กจากขนาดรูปทรง ความหนา น้ำหนัก ที่ตรงตามขนาดที่ต้องการ โดยขนาดรูปทรงของเหล็กต้องมีความคลาดเคลื่อนไปจากแบบบวกลบไม่เกิน 2% เนื้อเหล็กเรียบ ไม่บิดเบี้ยว คดงอ และน้ำหนักได้มาตรฐาน
  • เลือกเหล็กจากสเปคยี่ห้อที่เชื่อถือได้ แข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน มีความเหนียว หากเป็นเหล็กเส้นสังเกตง่ายๆ ได้จากรหัส SDXX บนตัวเหล็ก ยิ่งมากยิ่งเหนียว
  • เลือกเหล็กจากร้านค้าหรือโรงงานที่ไว้ใจได้ เนื่องจากมีร้านค้าวัสดุก่อสร้างเกิดขึ้นมากมายทั้งร้านวัสดุก่อสร้างท้องถิ่น และร้านวัสดุก่อสร้างออนไลน์ ควรศึกษาพื้นเพและชื่อเสียงของบริษัท รวมไปถึงการออกเอกสารใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง
  • ขอเตือนใจอยากให้อ่าน อย่ามองแต่เรื่องราคาจนได้เหล็กที่ไม่มีคุณภาพ เช่น เหล็กเกรดB เหล็กเบา หรือเหล็กอื่นๆ ที่ไม่ได้มาจากโรงงานใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมากหากนำไปก่อสร้างบ้าน อาคาร ที่ต้องรับน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงควรตรวจสอบทุกครั้งหลังจากที่ได้รับสินค้า เพื่อลดปัญหาข้อผิดพลาดเรื่องสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง และแก้ไขปัญหาได้ทันการ

————————————————————————————————–เลือกเหล็ก ให้เหมือนคนรัก เพราะอยู่ไปสักพักคุณจะอุ่นใจ

        หากพูดถึงเรื่องการสร้างบ้าน สร้างตึกอาคารแล้ว วัสดุก่อสร้างที่พี่ๆ จัดซื้อและพี่ๆ ผู้รับเหมาแทบทุกคนต้องนึกถึงคงมีวัสดุประเภทเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะเป็นวัสดุก่อสร้างที่เป็นรากฐานของเกือบทุกงานโครงสร้าง แต่ในท้องตลาดปัจจุบันก็มีเหล็กหลากหลายแบรนด์ หลายยี่ห้อ หลายเกรด ซึ่งวันนี้เราจะมาแชร์เทคนิควิธี เลือกเหล็ก อย่างไร ให้ได้คุณภาพ เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้กับโครงการ และเพิ่มความอุ่นใจให้กับเจ้าของบ้านไปอีกด้วย นอกจากนี้หากโครงสร้างมีความแข็งแรงแล้ว ก็จะทำให้บ้านอยู่กับเราไปได้นาน ไม่ต่างกับรักแท้ที่จะอยู่คู่กับเราไปจนแก่เถ้านั้นเอง ^^

เลือกเหล็ก จากขนาดรูปทรง ความหนา น้ำหนัก ที่ตรงตามขนาดที่ต้องการ

  1. การเลือกขนาดและรูปทรงของเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกคู่รัก ซึ่งต้องตรงตามความต้องการ หรืออย่างน้อยๆก็ต้องใกล้เคียงให้ได้มากที่สุด โดยขนาดจริงรูปทรง หน้าตัด ของเหล็กนั้น ควรบวกลบได้ไม่เกิน 2% และใช้หน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร
  2. ความยาวต้องขนาดเท่ากันทุกเส้น ไม่บิดเบี้ยว หรือคดงอ สมกับเป็นเหล็กเกรดA ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาเป็นอย่างดีแล้ว
  3. เนื้อเหล็กจะต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่หยาบเป็นเกร็ดหรือแตกเหมือนไม้ รวมไปถึงการเชื่อมต่อตะเข็บมีการเก็บให้เรียบ ไม่นูนขึ้นจนเสียรูป
  4. การดูน้ำหนักเหล็กจะแบ่งเป็น 2 ประเภท


    น้ำหนักเหล็กเส้นที่ได้มาตรฐาน
    DB32-40 : ควรมีน้ำหนักบวกลบไม่เกิน 4%/เส้น
    DB20-28 : ควรมีน้ำหนักบวกลบไม่เกิน 5%/เส้น
    DB10-16 : ควรมีน้ำหนักบวกลบไม่เกิน 6%/เส้น
    DB6-8 : ควรมีน้ำหนักบวกลบไม่เกิน 8%/เส้น
    RB9-34 : ควรมีน้ำหนักบวกลบไม่เกิน 10%/เส้น
    RB6 : ควรมีน้ำหนักบวกลบไม่เกิน 6%/เส้น

    น้ำหนักเหล็กรูปพรรณที่ได้มาตรฐาน
    น้ำหนัก ต่ำกว่า 600 กิโลกรัม/เส้น : ควรบวกลบไม่เกิน 10%
    น้ำหนัก ตั้งแต่ 600-2,000 กิโลกรัม/เส้น : ควรบวกลบไม่เกิน 7.5%
    น้ำหนัก มากกว่า 2,000 กิโลกรัม/เส้น : ควรบวกลบไม่เกิน 5%

    อ้างอิงจาก : มถ. 103-2550 , มอก. 107-2533 **

เลือกเหล็ก จากสเปคยี่ห้อที่เชื่อถือได้ แข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน

  1. แข็งแรงทนทานและความเหนียว เนื่องจากเหล็กคือวัสดุโครงสร้างของบ้าน เป็นรากฐานที่คอยค้ำจุนให้บ้านอยู่กับเราไปนานแสนนาน ซึ่งหากเป็นเหล็กเส้นก็สามารถสังเกตง่าย ๆ จากค่ารหัส SDXX ที่ระบุไว้บนเนื้อเหล็ก เช่น SD40 สามารถรับประกันแรงดึงที่จุดครากได้ที่ 4,000 กิโลกรัม/ตารางเมตร และ SD50 สามารถรับประกันแรงดึงที่จุดครากได้ถึง 5,000 กิโลกรัม/ตารางเมตร ตามลำดับ
  2. มีการตีตรา ระบุสเปค ยี่ห้อ ที่เชื่อถือได้ โดยสังเกตุได้จากผลงานโครงการต่าง ๆ ที่ผ่านมา รวมถึงชื่อเสียงเรียงนามของแต่ละแบรนด์ เนื่องจากเหล็กบางยี่ห้อก็มีเสียงไม่ค่อยดีจากวงการก่อสร้างมาเช่นกัน
  3. มีเอกสารรับรอง เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเหล็กของทางโรงงาน หรือร้านค้าวัสดุก่อสร้าง เป็นเหล็กจากโรงใหญ่ได้มาตรฐานแน่นอน

เลือกเหล็ก จากร้านค้าหรือโรงงานที่ไว้ใจได้

  1. ในปัจจุบันนั้น มีโรงงาน และ ร้านค้าวัสดุก่อสร้างเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานร้านค้าที่มีหน้าร้าน มีสต็อกสินค้าให้เลือกชม หรือ จะเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้าน ไม่ได้สต็อกสินค้า ทำให้ลดตุ้นทุนในด้านการเก็บสินค้าและคนงาน ส่งผลให้สินค้าวัสดุก่อสร้างออนไลน์นั้นมีราคาที่ถูกกว่า รวมไปถึงความสะดวกสบายในการสั่งสินค้าที่ง่าย และรวดเร็ว แต่ก็แลกกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ว่าร้านค้าวัสดุก่อสร้างออนไลน์นั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน ทั้งนี้ทั้งนั้น พี่ ๆ จัดซื้อ และผู้รับเหมาควรศึกษาพื้นเพ ความเป็นมาของบริษัทนั้น ๆ ให้ดีก่อน
  2. มีการออกเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี ในนามบริษัทที่มีอยู่จริง เพื่อเป็นหลักฐานการซื้อขาย ป้องกันการเกิดปัญหาความผิดพลาดจากการสั่งซื้อในภายหลัง

ข้อเตือนใจ อยากให้อ่าน!

  1. อย่ามองแต่เรื่องราคาเป็นหลัก เช่น เหล็กเกรดB เหล็กมือ2 เหล็กเบา หรือคำเรียกอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานเหล็กโรงใหญ่ เหล็กจำพวกนี้จะมีราคาต่ำกว่าเหล็กทั่วไปที่ได้มาตรฐาน ซึ่งความเหนียวและความทนทานก็จะต่ำ ไม่มีคุณภาพ อันตรายมากหากนำไปใช้กับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนัก รับแรงกดทับต่างๆ สังเกตุง่าย ๆ จากความเรียบเนียนของเนื้อเหล็ก
  2. ตรวจสอบ และเช็คจำนวนทุกครั้งหลังจากได้รับสินค้า หรือใช้วิธีชั่งน้ำหนักให้มีความใกล้เคียงกันกับจำนวนที่สั่งมากที่สุด ควรจะทำให้เร็วที่สุดหลังจากที่ได้รับสินค้าเพื่อทราบปัญหา แลดำเนินการแก้ไขได้ทันการ

        จบแล้วครับกับเทคนิคการเลือกซื้อเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณที่ได้มาตรฐาน จากข้อมูลที่ทาง YELLO ได้แชร์ให้ทราบ หวังว่าจะช่วยพี่ ๆ ผู้รับหมาหรือผู้ที่เข้ามาศึกษาข้อมูลเรื่องเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ จะได้ความรู้จากบทความ และไม่ถูกหลอกจากโรงงาน หรือร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่จำหน่ายเหล็กรูปพรรณและเหล็กเส้นที่ไม่ได้คุณภาพ สุดท้ายนี้ ทาง YELLO จะพยายามนำเนื้อหา ข่าวสาร และข้อมูลที่น่าสนใจมาให้กับพี่ ๆ ผู้รับเหมาได้ทราบอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมกดติดตามเพื่ออัพเดทข่าวสารและโปรโมชั่นเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างก่อนใครได้ที่ line@ : @yello

เช็คราคาเหล็กออนไลน์ย้อนหลังได้เลยที่ >> เช็คราคาเหล็กออนไลน์

จำหน่ายเหล็กรูปพรรณ ราคาพิเศษ!!

เช็คราคาเหล็กรูปพรรณ ณ ปัจจุบันง่าย ๆ เพียงกดปุ่มด้านล่าง

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *