หากพูดกันถึงเรื่องโครงสร้างบ้าน วัสดุก่อสร้างที่เราต้องนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เลยคงหนีไม่พ้นคอนกรีต แต่ในบางครั้งหากเราต้องการความรวดเร็วในการทำงานก่อสร้าง หรือการออกแบบที่ต้องการโชเหล็ก อย่างเช่น บ้านน็อคดาวน์ ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้ เหล็กรูปพรรณ มาเป็นโครงสร้าง แต่ปัญหาที่ทุกคนรู้ในการใช้งานวัสดุก่อสร้างประเภทเหล็กก็คือ “สนิม”

โครงเหล็กรูปพรรณ

สนิมของ เหล็กรูปพรรณ เกิดจากอะไร ?

สนิมของ เหล็กรูปพรรณ เกิดจากการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันระหว่างเหล็กรูปพรรณ อากาศ และความชื้นหรือน้ำ จนทำให้เกิดสนิมของเหล็กขึ้น ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าบริเวณภายในบ้านไม่เปียกน้ำหรอก หรือบริเวณที่ทำโครงเหล็กก็อยู่ด้านบนในที่สูงยังไงก็ไม่โดนน้ำ แต่รู้หรือไม่ว่าในอากาศของเราก็มีความชื้นอยู่ เพราะฉะนั้นยังไงถ้ามีอากาศก็ย่อมมีความชื้นเสมอ เมื่อกระทบกับเนื้อเหล็กย่อมทำให้เกิดสนิมได้อยู่ดีไม่ว่าช้าหรือเร็ว โดยเฉพาะอาคารหรือบ้านที่อยู่แถวชายทะเล เราจะสังเกตเห็นได้ว่าเหล็กจะเกิดสนิมได้รวดเร็วมาก ๆ

แล้วแบบนี้ เราจะแก้ปัญหาเรื่องสนิมอย่างไรได้บ้าง ?

วิธีแรกเลยคือการไม่ให้เหล็กรูปพรรณสัมผัสกับอากาศ น้ำ และความชื้น ซึ่งฟังดูอาจจะงง แต่จริง ๆ แล้วการก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กเป็นเพราะเราต้องการให้ขึ้นตอนการขึ้นโครงมีความรวดเร็ว แต่สุดท้ายแล้วหลังจากขึ้นโครงเสร็จเราสามารถหุ้มด้วยคอนกรีตได้ในภายหลัง ซึ่งวิธีนี้อาจจะดูเปลืองค่าใช้จ่าย แต่มันก็เป็นวิธีที่สามารถปกป้องเหล็กจากการขึ้นสนิมได้นั่นเอง

วิธีทีต่อมาเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักเพราะเป็นวิธีที่ง่ายและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายก็คือการทาสีกันสนิม ซึ่งเราจะสังเกตุเห็นช่างหน้าไซต์งานทำการทาสีกันสนิมเหล็กรูปพรรณ อยู่บ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นสีแดงซึ่งมีคุณสมบัติในการเคลือบเหล็กและป้องกันไม่ให้เนื้อหรือผิวเหล็กสัมผัสกับอากาศ ความชื้น และน้ำโดยตรงเพื่อไม่ให้เกิดสนิม หลังจากนั้นโดยทั่วไปก็จะทาสีน้ำมันทับอีกที แต่ในบางงานทางช่างอาจจะไม่ได้ทาสีน้ำมันอีกชั้น เพราะ ไม่ได้โชสีของเหล็ก หรือเหล็กซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพนดานต่าง ๆ ทำให้ไม่มีความจำเป็นในส่วนนี้ นอกจากนี้หากบ้านหรืออาคารอยู่ริมทะเลซึ่งมีความชื้นสูงก็ควรใช้สีชนิดอีพ็อกซี่เพราะมีคุณสมบัติในการป้องกันการกัดกร่อนที่สูงกว่ามาก (หลายคนจึงนิยมนำสีอีพ็อกซี่ไปทาชิ้นส่วนเหล็กของเรือ)

เหล็กรูปพรรณ ริมทะเล

ข้อควรระวังในการทาสีกันสนิมของเหล็กรูปพรรณ !

ในการทาสีกันสนิมของเหล็ก เมื่อทำการทาทั่วเนื้อเหล็กเสร็จแล้ว หากมีการนำเหล็กไปทำการเชื่อมต่อ ให้ทำการทาสีกันสนิมต้องบริเวณรอยเชื่อมเหล็กเพื่อเก็บงานอีกครั้ง เนื่องจากการเชื่อมจะใช้ความร้อนทำให้สีบริเวณนั้น ๆ เกิดการหลุดลอกออกและสามารถเกิดสนิมจนลามไปที่ส่วนอื่น ๆ ได้

วิธีสุดท้ายก็คือการนำเหล็กไปเคลือบกัลวาไนซ์ทำให้ผิวของเหล็กมีคุณสมบัติในการป้องกันสนิมที่สูงมาก เนื่องจากอากาศ น้ำ และความชื้นจะไปสัมผัสกับสารกัลวาไนซ์แทนเนื้อเหล็ก (เปรียบเสมืองโล่) แต่ในปัจจุบันมีผู้ผลิตเหล็กหลายโรงงานนำเหล็กรูปพรรณ ไปเคลือบกัลป์วาไนซ์ตั้งแต่โรงงานเพื่อขายสำหรับหน้างานที่ต้องการเหล็กที่มีคุณสมบัติป้องกันสนิมโดยเฉพาะ โดยทั่วไปงานก่อสร้างของทางภาคใต้จะนิยมใช้เหล็กเคลือบกัลป์วาไนซ์กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีบริเวณที่ใกล้กับทะเล ทำให้อากาศมีความชื้นสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งการใช้เหล็กกัลวาไนซ์จะทำให้ต้นทุนด้านวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น แต่ลดปัญหาของสนิมในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ข้อควรระวังในการใช้เหล็กกัลวาไนซ์ !

หากทางหน้างานเลือกใช้เหล็กกัลวาไนซ์ก็ไม่ควรใช้วิธีเชื่อมเหล็ก เพราะจะทำให้สารเคลือบเกิดความการหลุดร่อนเสียหายจากความรู้ แต่ให้ใช้วิธีเจาะรูและขันโบลท์แทน

การป้องกันสนิมของเหล็กที่ทาง YELLO นำมาอาจจะเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งแต่ละท่านอาจจะมีวิธีการที่แตกต่างออกไปจากนี้บ้าง ทาง YELLO วัสดุก่อสร้างหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย พี่ ๆ สามารถติดตามสาระความรู้ และโปรโมชันวัสดุก่อสร้างได้ที่ www.builk.com/yello นะคะ

ขอใบเสนอราคาวัสดุก่อสร้างผ่านระบบออนไลน์

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *