อัตราความต้องการใช้ เหล็ก ทั้งเหล็กเส้น และเหล็กรูปพรรณในปี 2563 มีการเติบโตเพียง 1.7% สวนทางกับการเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กของโลก อาจทำให้เหล็กเข้าสู่สภาวะวิกฤติที่น่าเป็นห่วง เพราะทั่วโลกมีการผลิตเหล็กถึง 440 ล้านตันต่อปี

การเติบโตการบริโภค เหล็ก ที่น้อยลง อาจทำให้วงการเหล็กเข้าสู่สภาวะวิกฤติ

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายวิกรม วัชระคุปต์ ได้เปิดเผยความต้องการใช้เหล็กของโลกในปี 2561 ที่มีการเติบโตกว่า 4.6% ในปี 2562 มีการเติบโต 3.9% แต่ทว่าในปี 2563 กลับเหลืออัตราการเติบโตเพียง 1.7% สวนทางกับการผลิตเหล็กของโลกโดยเฉพาะในประเทศจีน อินเดีย อิร่าน โดยองค์กร Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ได้แสดงความกังวลเรื่องของสินค้าเหล็กที่จะกลับมาสู่สภาวะวิกฤติ

การแก้ไขสินค้า เหล็ก ที่เข้ามาจากต่างประเทศ

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กได้รับทราบเกี่ยวกับปัญหาและมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาสินค้าเหล็กจากต่างประเทศว่าสามารถทำได้ไว และทำได้จริง โดยขอให้พิจารณาหัวข้อดังต่อไปนี้

  1. ตอบโต้เรื่องการทุ่มตลาด หรือ Anti-Dumping ให้มีความรวดเร็วและทันเหตุการณ์มากขึ้น ยกตัวอย่างสินค้าท่อเหล็กจาเวียดนาม และเหล็กแผ่นเคลือบสีที่มาจากจีนใน 9 เดือนแรกมีปริมาณเหล็กที่เข้ามาในประเทศรวมมากกว่าล้านตัน ส่งผลให้โรงงานผลิตท่อและโรงงานผลิตเหล็กเคลือบสังกะสีในประเทศไทยต้องลดการผลิตและร้ายแรงถึงมีการปิดโรงงานกันเลยทีเดียว
  2. บังคับใช้ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนสินค้าจากต่างประเทศ ปรับปรุงแก้ไขเรื่องมาตรการการหลบเลี่ยง ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเอาผิดผู้หลบเลี่ยง ถ้าแม้จะมีคนคัดค้านแต่ผู้นำเข้าส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

แต่การใช้มาตรการตอบโต้เรื่องการทุ่มตลาด ไม่แปลว่าจะแก้ไขความเสียหายทางเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างระดับกว้างของอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทย ที่เกิดจากการผลิตเหล็กของโลกที่เกินความต้องการ และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของต่างประเทศ จนทำให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทยมีกำลังการผลิตเหลือแค่ 33% การแก้ปัญหาที่สำคัญอีกทางคือการสนับสนุนการใช้สินค้าในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนการก่อสร้างของภาครัฐที่จะมีการพัฒนาอยู่อีกหลายล้านล้านบาทในอนาคต

การสนับสนุนให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ จะทำให้ช่วยภาพรวมของเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กสนับสนุนนโยบาย Thai First ที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ประกาศให้กระทรวงคมนาคมเร่งทำ Workshop กับสมาคมผู้ประกอบการเหล็กไทย ศึกษาแนวร่องเพื่อส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศ อีกทั้งยังขอให้หน่วยงานรัฐอื่น ๆ ภายใต้กระทรวงการคลังที่เป็นหน่วยงานดูแลกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐพิจารณากำหนดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการในประเทศ

โดยอุตสาหกรรมเหล็กเชื่อว่าหากภาครัฐดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะช่วยรักษาและพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กที่เป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศไปหลายแสนล้านบาท โดยสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนช่วยภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวอย่างชัดเจน

ที่มา :

http://iiu.isit.or.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *