สวัสดีจ้า วันนี้ทาง YELLO วัสดุก่อสร้างมีสาระความรู้เรื่องเหล็กเส้นและ เหล็กรูปพรรณ มาฝากพี่ ๆ ชาวรับเหมาและฝ่ายจัดซื้อทั้งผู้ที่ได้แวะเวียนผ่านมาและผู้ที่ติดตาม YELLO อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งทางเยลลี่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยู่ในวงการก่อสร้างมากเลยทีเดียว

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่าเหล็กยากตรงไหน? เหล็กก็คือเหล็ก มันจะไปเป็นอะไรได้อีก?

เยลลี่คิดว่าพี่ ๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเหล็กสามารถนำไปใช้ในวงการก่อสร้างได้หลากหลาย โดยผ่านการแปรรูปเหล็กเป็นชนิดและรูปทรงต่าง ๆ  ที่เรียกว่า เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ รวมถึงลวดผูกเหล็กด้วยนะ ซึ่งหากเรามองเหล็กเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ที่เข้าใจง่าย ก็จะได้ประมาณนี้ แต่เรื่องแค่นี้ ใคร ๆ ก็รู้จริงไหม ? เพราะจริง ๆ แล้วเหล็กตามประเภทต่าง ๆ ยังสามารถแบ่งออกเป็นชนิดและรูปทรงที่แตกต่างกันออกไปตามการใช้งานยังไงหละ

ลักษณะของเหล็กเส้น

เหล็กเส้น สามารถแบ่งตามลักษณะได้ง่าย มีแค่ 2 ชนิดก็คือ เหล็กเส้นกลม และเหล็กข้ออ้อย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพี่ช่างบางคนจะชอบเรียกเหล็กเส้นกลมกันว่า “เหล็ก RB” และเหล็กข้ออ้อยว่า “เหล็ก DB” ซึ่งเหล็กทั้งสองชนิดจะถูกใช้ในงานที่คล้ายกัน เช่น การถ่ายและเสริมแรงจากคอนกรีต แต่ต่างกันที่เหล็กข้ออ้อยจะมีการรับแรงได้ดีกว่า

นอกจากนี้เหล็กเส้นยังสามารถแบ่งการเรียกได้อีกตามภาษาช่างว่า “เหล็กเต็มหรือเหล็กโรงใหญ่”  ซึ่งหมายถึงเหล็กที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) กับ “เหล็กเบาหรือเหล็กโรงเล็ก” สำหรับเหล็กที่มีมาตรฐานต่ำกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม

โดยปกติแล้วตามมาตรฐานเหล็กเส้นจะมีความยาวอยู่ที่ 10 และ 12 เมตร และนิยมนำมาพับโค้ง เพื่อความสะดวกในการขนส่ง และจัดเก็บ แต่สำหรับหน้างานที่คนงานน้อย และไม่มีเครื่องดัดเหล็กก็อาจจะกำหนดมาเป็นเหล็กตรงตั้งแต่โรงงานเลยก็ได้จ้า

ต่อมาเยลลี่จะมาไล่ชนิดของเหล็กรูปพรรณในแบบที่เข้าใจง่าย ๆ กันนะ อาจจะยาวหน่อยเพราะเหล็กรูปพรรณ สามารถแบ่งได้หลายชนิดมากจ้า ซึ่งตามมาตรฐานเหล็กรูปพรรณทุกชนิดจะมียาวรวมทั้งเส้นอยู่ที่ 6 เมตร

ลักษณะของเหล็กรูปพรรณในแต่ละชนิด

เหล็กกล่อง ในที่นี้เยลลี่จะขอเหมารวมทั้งเหล็กกล่องแบน เหล็กกล่องเหลี่ยมไปเลยนะ ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังนิยมเรียกเหล็กชนิดนี้ว่า “เหล็กแป๊ป” เหล็กรูปพรรณ ชนิดนี้จะมีลักษณะตามชื่อเลยคือเป็นกล่อง มีหน้าตัดทั้งด้านกว้าง ด้านยาว และกลวงตรงกลาง

เหล็กรูปพรรณ เหล็กกล่องแบนเหล็กรูปพรรณ เหล็กกล่อง

เหล็กตัวซี เหล็กรูปพรรณชนิดนี้มักถูกเรียกเป็นชื่อย่อว่า C และตามด้วยขนาด เช่น C 150x50x20x3.2 มม. หรือ C 6” จุดสังเกตคือจะมีความยาวของด้านกว้าง ยาว และจุดที่เพิ่มออกจากปลายด้านกว้าง ซึ่งทำให้มีลักษณะคล้ายกับภาษาอังกฤษตัวอักษรซีนั่นเอง เหล็กตัวซีนิยมใช้สำหรับโครงสร้างหลังคา และโครงสร้างเหล็กทั่วไป

เหล็กรูปพรรณ เหล็กตัวซี

เหล็กรางน้ำ ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าเหล็กรูปพรรณชนิดนี้มีลักษณะที่คล้ายกันกับเหล็กตัวซีมาก ๆ และหลายคนมักสับสนจนเรียกชื่อสลับกันหรือนึกว่าเป็นชนิดเดียวกัน ตรงนี้ต้องระวังนะจ๊ะ ซึ่งมีจุดสังเกตที่เหล็กรางน้ำจะไม่มีแง่งที่เพิ่มมาเหมือนเหล็กตัวซีแต่จะมีในส่วนของความหนา t1 t2 เข้ามาแทน ทำให้การเรียกขนาดต่างกันออกไป เช่น เหล็กรางน้ำ 100x50x5x7 เป็นต้น

เหล็กรูปพรรณ เหล็กรางน้ำ

เหล็กเอชบีม (HB) เหล็กไวด์แฟรงค์ (WF) เหล็กไอบีม (IB) ในที่นี่น้องเยลลี่ขอมัดรวมกันเลยนะ เพราะว่าเหล็กบีมทั้งสามชนิดมีลักษณะที่คล้ายกันมว๊ากกก ซึ่งเยลลี่ก็ยังเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังเรียกสลับกันหรือเรียกรวมกันเป็นอันใดอันหนึ่งอยู่ เพราะหากเรานำเหล็กทั้งสามชนิดมาวางแนวตั้งหรือแนวตะแคง มันก็จะกลายเป็นตัวไอหรือตัวเอ็ช

อ้าวว.. แล้วแบบนี้เราจะแยกได้อย่างไรน้า จริง ๆ แล้วเหล็กทั้งสามชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยนะ พี่ ๆ ลองสังเกตสัดส่วนของขนาดเหล็กบีม โดยปกติขนาดของเหล็กบีม เราจะใช้ HxB ซึ่ง H กับ B นี่แหละจะเป็นตัวบอกความแตกต่าง

ข้อสังเกตุระหว่าง เหล็กรูปพรรณ ตระกูลบีม

เหล็กเอชบีม : H และ B จะเท่ากัน เช่น HB 100×100, HB 150×150 จะเป็นแบบนี้เสมอเลย

ส่วนหล็กไวด์แฟรงค์กับเหล็กไอบีม ด้าน H และ B จะมีขนาดไม่เท่ากัน เช่น 150×75 เป็นต้น ข้อแตกต่างคือเหล็กไอบีมจะมีขนาดความหนาของด้านที่มากกว่าเสมอ เช่น WF 150x75x5x7 มม. กับ IB 150x75x5.5×7  มม.

สำหรับเหล็กตระกูลบีมจัดว่าเป็นเหล็กรูปพรรณโครงสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งขนาดความยาว 6 และ 12 เมตร

เหล็กแผ่น คนส่วนใหญ่จะนิยมเรียกกันว่า “เหล็กแผ่นดำ” หรือ “เหล็กเพลท” (ตัวย่อ PL) มีลักษณะเป็นแผ่นพื้นผ้าขนาดใหญ่ตั้งแต่ PL 4’x8’ 5’x10’ 5’x20’ 6’x20’ และ 8’x20’ นอกจากนี้ยังมีอีกชนิดที่นิยมใช้กันนั่นก็คือ “เหล็กแผ่นลาย” (Cherkered Plate) หรือภาษาช่างเรียกว่า “เหล็กแผ่นตีนไก่” เพราะว่าลายมันดันไปคล้ายกับตีนไก่สะงั้น

เหล็กรูปพรรณ เหล็กแผ่นดำ

เหล็กแบน เหล็กรูปพรรณชนิดนี้ไม่ใช่เหล็กแผ่นนะ ถึงจะมีลักษณะแบนเป็นแผ่นก็เถอะ แต่เหล็กแบนจะมีลักษณะที่มีด้านยาวมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น เหล็กแบน 25×3 มม. 50×3 มม. มีความยาวเท่ากันโดยมาตรฐานที่ 6 เมตร

เเหล็กรูปพรรณ หล็กแบน flatbar

เหล็กฉาก เหล็กรูปพรรณชนิดนี้สังเกตได้ง่ายมากเพราะมีลักษณะเหมือนพยัญชนะภาษาอังกฤษตัวแอลแบบชัดเจน และมักเขียนชื่อย่อว่า L และตามด้วยขนาด เช่น L 25x25x3 มม. เป็นต้น

เหล็กรูปพรรณ เหล็กฉาก

สุดท้ายที่จะพูดถึงคือ เหล็กท่อ ซึ่งถูกเรียกกันหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น เหล็กกลมดำ ท่อดำ แป๊ปกลม ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือเหล็กท่อดำนั่นแหละจ้า นอกจากนี้ยังมีชนิดท่อเหล็กอาบสังกะสีด้วย ซึ่งทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะที่กลมเป็นท่อเหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งเจ้าท่อเหล็กอาบสังกะสียังเป็นที่นิยมของทางภาคใต้เนื่องจากมีอากาศที่ชื้น ซึ่งสารเคลือบสังกะสีจะมีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดีนั่นเอง

เหล็กรูปพรรณ เหล็กท่อดำ

ข้อสังเกตเหล็กแต่ละประเภทสำหรับเยลลี่ก็จะประมาณนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้พี่ ๆ ที่อยู่ในวงการก่อสร้าง โดยเฉพาะฝ่ายจัดซื้อที่ติดต่อสั่งซื้อหรือเช็คราคาเหล็กรูปพรรณอยู่เป็นประจำ เพราะหากสื่อสารกับซัพพลายเออร์ผิดแล้ว จะเกิดปัญหาที่ยุ่งยากในภายหลังได้ โปรดติดตามสาระความรู้ดี ๆ ได้จาก YELLO วัสดุก่อสร้างนะค่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *