ไม้พื้นลามิเนต จัดว่าเป็นหนึ่งในวัสดุที่สามารถนำมาปูพื้นที่สามารถทดแทนไม้จริง ทั้งยังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากตัววัสดุมีส่วนประกอบของไม้จริง (บริเวณผิวหน้า) ทำให้ได้ความรู้สึกสัมผัสใกล้เคียงกับไม้จริงมาก ส่วนมากจะนิยมติดตั้งเพื่อความสวยงามบริเวณห้องนอน เนื่องจากมีความสวยงาม ดูนุ่มสบายตา แต่สำหรับการติดตั้งนั้นนอกจากจะมีตัวพื้นไม้ลามิเนตแล้วก็ยังจะมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกที่สำคัญอีก 7 อย่าง เพื่อทำให้การติดตั้งสมบูรณ์ และถูกต้อง

7 อุปกรณ์ประกอบการติดตั้งสำหรับ ไม้พื้นลามิเนต

บัวเชิงผนัง (Cover Base)

ใช้สำหรับติดขอบพื้น ปิดช่องระหว่างรอยต่อพื้นไม้ลามิเนต กับผนังหรือกำแพง เพื่อให้เกิดความสวยงาม และป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกต่างๆ

ไม้พื้นลามิเนตตัวจบเก็บขอบ (Edging)

ใช้สำหรับติดขอบพื้น และปิดช่องว่างระหว่างรอยต่อของพื้นไม้ลามิเนต กับผนังหรือกำแพง เพื่อให้เกิดความสวยงาม และป้องกันสิ่งสกปรก

ไม้พื้นลามิเนต

ตัวจบต่างระดับ (Transition)

ใช้สำหรับเชื่อมรอยต่อระหว่างพื้นที่ 2 พื้นที่ที่ใช้วัสดุแตกต่างกัน หรือเหมือนกันแต่มีระดับความสูงต่ำไม่เท่ากัน

ไม้พื้นลามินต

จมูกบันได (Stair Nosing)

ใช้จบขอบบันไดเพื่อเก็บมุมของบันได โดยใช้เชื่อมที่ตัวลูกนอนของขั้นบันได

แผ่นโฟมลามิเนต (PE Foam)

ใช้สำหรับรองพื้นก่อนปูไม้พื้นลามิเนต ช่วยป้องกันความชื้น ช่วยลดเสียงสะท้อน และเพิ่มความนุ่มเท้าขณะเดิน ซึ่งมีความหนา 2 มม. กว้าง 1.3 เมตร ยาว 150 เมตร (พื้นที่ 195 ตร.ม)

ไม้พื้นลามิเนตขั้นตอนในการติดตั้ง ไม้พื้นลามิเนต

  1. ปูแผ่นโฟมลามิเนต หนา 2 มิลลิเมตร (PE Foam) เพื่อช่วยลดเสียงสะท้อน และเพิ่มความนุ่มนวลของเท้าขณะเดิน ให้ด้านที่มีแผ่นพลาสติกอยู่ด้านล่างเพื่อป้องกันความชื้น และจัดวางให้ปลายแผ่นโฟมชิดกัน ไม่ซ้อนทับกันแล้วติดด้วยเทปกาว
  2. วางลิ่มหนาประมาณ 12-15 มิลลิเมตร ที่ริมผนัง เพื่อเป็นช่องว่างให้พื้นไม้ลามิเนต ขยายหรือหดตัวตามธรรมชาติ
  3. กำหนดรูปแบบและทิศทางการติด เนื่องจากต้องมีการคำนวณเผื่อเศษที่อาจสูญเสียระหว่างการติดตั้ง เช่น แบบต่อเนื่อง (Random) ควรเผื่อไว้อย่างน้อย 5% และยังมีแบบแบ่งครึ่งอีกอย่างน้อย 10%
  4. ติดตั้งไม้พื้นลามิเนตโดยวางแถวแรกให้ด้านที่เป็นลิ้นหันเข้าหาผนัง ควรติดตั้งจากซ้ายไปขวา
  5. ประกอบแผ่นที่ 2 เข้ากับแผ่นแรกไปทางด้านขวา เอียงประมาณ 45 องศา แล้วกดลงเพื่อให้ไม้เข้าล็อค โดยใช้ค้อนยางเคาะเบาๆ ให้รอยต่อแนบกันสนิท
  6. ปูไปทางด้านขวาต่อไปจนสุดห้อง โดยแผ่นสุดท้ายต้องใส่ลิ่มหนา 15 มิลลิเมตร ด้วยทุกครั้ง
  7. ปูไปทางด้านล่างจนหมดห้องโดยแผ่นเริ่มต้น และแผ่นสุดท้ายใส่ลิ่มหนา 15 มิลลิเมตร ด้วยทุกครั้ง(พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่กว่า 8×12 เมตร ต้องติดตั้งตัวแบ่ง/ตัวจบระดับเดียวกัน เพื่อรองรับการขยายตัวของไม้พื้นลามิเนต)
  8. ติดตั้งอุปกรณ์ไม้พื้นลามิเนตเพื่อเก็บความเรียบร้อย บัวเชิงผนัง, ตัวจบเก็บของ หรืออุปกรณ์อื่นๆ

การดูแล และบำรุงรักษา ไม้พื้นลามิเนต

กรณีที่หนึ่ง หากมีน้ำกระเด็นหรือหกใส่บริเวณตัววัสดุไม้พื้นลามิเนต ขั้นตอนแรกเลยคือควรรีบเช็ดให้แห้งทันที เนื่องจากวัสดุทำจากไม้จริงด้วย ทำให้อาจเกิดการบวมของวัสดุจากการที่น้ำซึมเข้าผ่านรอยต่อ และผิววัสดุได้

กรณีที่สอง ใช้ผ้าหรือไม้ถูพื้นที่สะอาดชุปกับน้ำยาทำความสะอาดพื้นในปริมาณน้อย ๆ และควรบิดให้หมาด ๆ โดยทำการถูเช็ดเพียงหนึ่งครั้งต่อสัปห์ดา สำหรับกรณีที่ไม้พื้นลามิเนตมีคราบสารเคมี ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาเคมี สารล่อลื่น ต่าง ๆ ให้ทำกรใช้ผ้าสะอาดชุปกับน้ำมันสน และเช็คในบริเวณที่เกิดเหตุ ตามด้วยการเช็คด้วยน้ำยาทำความสะอาด และปิดด้วยการใช้ผ้าแห้งในขั้นตอนสุดท้าย

กรณีที่สาม หากไม้พื้นลามิเนตเกิดรอยเสียหายจากขี้เถ้าบุหรี่ ให้ทำความสะอาดวิธีเดียวกันกับกรณีสารเคมีเปื้อน เนื่องจากคราบที่เกิดขึ้นเกิดจากสารนิโคตินที่สามารถทำความสะอาดออกได้ครับ

กรณีที่สี่ หากต้องการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ภายในบ้าน เช่น อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออื่น ๆ ที่มีน้ำหนักมาก และปลายขาที่สามารถทำความเสียหายกับวัสดุพื้นไม้ลามิเนตได้ ให้ทำการใช้ผ้านุ่มมารองซับอีกที เพื่อช่วยรับน้ำหนัก ลดแรงกดทับ และรอยขีดข่วน จากการเคลื่อนย้ายบนไม้พื้น

ไม้พื้นลามิเนตเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ติดตั้งในส่วนพื้นที่การอยู่อาศัยที่แห้ง ปราศจากคามชื้น เช่น พื้นห้องนอน หรือพื้นที่ชั้นสองขึ้นไปเนื่องจากไม่ได้รับความชื้นจากพื้นดิน ไม่ควรติดตั้งในส่วนของห้องน้ำเนื่องวัสผลิตจากส่วนประกอบของไม้ ความชื้นจากน้ำจะทำให้ตัววัสดุเกิดการบวมเสียหายได้ในที่สุด แต่หากโดนน้ำในปริมาณไม่มาก สามารถเช็ดให้แห้ง และใช้งานได้ปกติ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *