ใครๆ ก็เริ่มต้นได้ กับ O2O Commerce ที่กำลังมาแรงในยุคนี้

รู้หรือยัง O2O Commerce คืออะไร แล้วมันน่าสนใจยังไง ?

O2O มาจากคำว่า Online to Offline ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่เชื่อมต่อคนบนโลกออนไลน์ มาสู่ร้านค้าของเราจริงๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้าช่วย ปัจจุบันนี้ทุกคนบนโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยผ่านคำว่า ออนไลน์ มันช่วยให้การทำธุรกิจของเราสามารถขยายวงกว้างได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำ O2O Commerce ก็คือ Alibaba ประเทศยักษ์ใหญ่แบบพี่จีนของเรานั่นเอง ใช้วิธีการให้ร้านค้าต่างๆ สร้างหน้าร้านออนไลน์ผ่าน Platform ของ Alibaba ทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงร้านค้าเหล่านั้นได้ โดยที่ร้านค้าไม่ต้องไปขยายสาขายังประเทศอื่นๆ เลย

แล้วเราต้องเริ่มต้นยังไง ?

เริ่มต้นเราคงต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่อง Online Marketing เสียก่อน เมื่อวันอังคารที่ 22 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ทาง JUBILI by BUILK ผนึกกำลังกับ KBank และ iTopPlus จัดสัมนาเรื่อง O2O Commerce ดึงลูกค้าจากออนไลน์ สู่หน้าร้านวัสดุฯ ในยุคดิจิทัล ซึ่งได้วิทยากร คุณแนน ตวงพร สุเนต์ตา Online Marketing Manager บริษัท iTop Plus จำกัด มาเล่าเรื่องราวการทำการตลาดออนไลน์ ได้ด้วยตัวของคุณเอง พร้อมแชร์เคล็ดลับการทำ Online Marketing ขั้นเริ่มต้นสำหรับผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง

เริ่มจากการปรับมุมมอง

คุณแนนเล่าว่า การตลาด คือ การลงทุนประเภทหนึ่ง ไม่อยากให้ท่านผู้ประกอบการมองว่ามันเป็น ค่าใช้จ่าย เมื่อเราลงทุนไปเราก็คาดหวังว่าเราจะได้ผลตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่งกลับมา ไม่ใช่เพียงแค่ว่า ลงมือทำไปแค่ 7 วันแล้วจะเห็นผลลัพธ์เลย อย่างน้อยควรจะรอเวลาสัก 30 – 40 วันถึงทำการวัดผลของแคมเปญนั้นๆ

จากข้อมูลของ iTopPlus พบว่ามูลค่าของการทำการตลาดออนไลน์ของตลาดก่อสร้าง มีมูลค่าการใช้จ่ายเงินในการทำการตลาดออนไลน์สูงติดอันดับ Top 3 ของกลุ่มลูกค้าบริษัท iTopPlus ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง มีการแข่งขันกันค่อนข้างเดือดในโลกออนไลน์นี้ หลายๆ คนก็เริ่มจะโกออนไลน์ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เริ่ม อย่าลืมว่า “เราไม่ได้แค่ใช้บริการออนไลน์ แต่ตอนนี้เราอยู่บนโลกออนไลน์”

เทรนด์ที่เปลี่ยนไป.. เราต้องตามให้ทัน

เคยได้ยินหรือเคยเห็นคำว่า ZMOT กันมั้ยคะ ? ทราบหรือไม่ว่ามันคืออะไร มันคือ Zero moment of truth นั่นเอง อธิบายความหมายคร่าวๆ ก็คือ เราได้รู้จักหรือสัมผัสกับสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยยังไม่ต้องซื้อสินค้านั้นนั่นเอง เชื่อว่าหลายๆ ท่านเองก็เป็นเช่นกัน เพราะก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าอะไรต้องค้นหาข้อมูล ค้นแล้วค้นอีก เชื่อว่าผู้บริโภคทำการค้นหาสินค้ากว่า 10 แหล่ง ถึงจะเกิด 1 การติดต่อเกิดขึ้น โดยช่องทางต่างๆ ที่ค้นพบก็ได้แก่ Google, Pantip, Youtube, Facebook, Instagram เป็นต้น นั่นหมายความว่าเรายิ่งต้องสร้างตัวตนของเราให้น่าเชื่อถือบนโลกออนไลน์ เพราะหากผู้บริโภค “ค้นหาแล้วเจอใคร คนนั้นก็มีสิทธิได้ขายของก่อน” นั่นเอง ช่องทางที่แนะนำสำหรับการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

  • Pantip

คงไม่มีใครไม่รู้จักเว็บไซต์ยอดนิยมนี้ เพราะขึ้นชื่อเรื่อง ความ Real เหลือเกิน ไม่ว่าจะหารีวิวอะไรคำค้นหาอันดับต้นๆ มักจะพ่วงคำว่า Pantip เข้าไปด้วย เพราะ Customer Review มักจะถูกให้ความเชื่อถือมากกว่าข่าวสารจากแบรนด์

  • Line@

ช่องทางการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ และสามารถเริ่มต้นใช้ได้ฟรี! มันดีกว่าไลน์ปกติยังไงน่ะหรอ? ก็สามารถตั้งแอดมินได้หลายคน ส่งข้อความไปถึงทุกคนที่ติดตามเราได้ และยังแชท 1-1 แบบที่ทุกคนไม่ต้องเห็นว่าเรากำลังคุยอะไรอีกด้วย

  • Blogger

ใช้ influencer ในการบอกเล่าข้อมูล เพราะผู้บริโภคต้องการความ Real จากการหารีวิว คำพูดของแบรนด์เอง ยังดูไม่น่าเชื่อถือเท่ากับคนที่ออกมีรีวิวสินค้าหรือบริการของเราด้วยซ้ำ

  • Facebook

เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่หลายๆ คนให้ความสนใจ เพราะเป็นการเริ่มสร้างตัวตนได้อย่างง่าย Facebook เป็น Pull Strategy อย่างหนึ่ง คือเรามีหน้าที่ผลัก Content ของเราไปหาลูกค้า แต่ปัจจุบันนี้อัลกอลิทึ่มก็ปรับเปลี่ยนไป ทำให้คนที่ไลค์เพจเรามีโอกาสเห็นโพสต์ของเพจเราน้อยลง เราเลยถึงเวลาที่ต้องใช้เงินแก้ปัญหา Facebook สามารถซื้อโฆษณาได้ เราเรียกว่า Boost Post นั่นเอง โดยเราสามารถเลือก Objective ของการซื้อโฆษณาได้หลายอย่างเช่น ยอดไลค์ , คลิกเว็บไซต์ , การลงทะเบียน เป็นต้น

  • Website

หลายคนที่อ่านมาถึงนี่อาจจะมีเว็บไซต์ของตัวเองกันบ้างแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าการที่จะทำให้เราอยู่อันดับต้นๆ ของเสิร์ชใน Google เราจำเป็นที่จะต้องได้คะแนนจาก Google เสียก่อน หรือที่เราเรียกว่า ทำเว็บไซต์เราให้ติด SEO มีหลากหลายคนที่ต้องการ แต่ก็ไม่ใช่หลายคนที่จะทำได้นะคะ SEO มันไม่ได้มีสูตรตายตัว และมันยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่เราสามารถทำได้โดยเริ่มจาก 3 อย่าง Look Good / Load Fast / Link

1. Look Good  นั่นคือการทำให้เว็บไซต์ดูดีในสายตาของ Google ด้วยหลักการ ABCDE

A Accountable เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ

B Basic information ข้อมูลพื้นฐานครบมั้ย เราขายอะไรกันแน่บอกให้ชัดเจน

C Clear contact / Conversion มีช่องทางการติดต่อื่อสารที่ชัดเจน / สามารถวัดผลการกระทำต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ได้

D Device สามารถเปิดหน้าเว็บไซต์เราได้หลาย Device ทาง Google เองก็ให้คะแนนเว็บไซต์ที่สามารถเปิด Mobile Version ได้

E Easy to understand ทำให้มันง่ายเข้าไว้ ไม่ยุ่งยาก จะซื้อก็กดปุ่มนี้ จะโทรก็กดปุ่มนี้ ไม่ต้องมีหลายขั้นตอน

2. Load Fast เว็บไซต์ต้องเร็ว

อาจเสียลูกค้าไปได้ หากลูกค้าเข้าเว็บไซต์เราแล้วโหลดช้า สามารถเช็คความเร็วของเว็บไซต์เราได้ที่ https://testmysite.thinkwithgoogle.com/ ซึ่งหากเว็บไซต์ของท่านอยู๋ในเกณฑ์ Fair ถือว่าใช้ได้

3. Link เว็บไซต์สามารถเชื่อมโยงไปยังหน้าต่างๆ ได้ง่าย

นอกจากนี้เราซื้อ Key Word คำไหน (Google Ads) ก็ควรจะมีคำนั้นๆ ในรูปแบบข้อความอยู่บนเว็บไซต์เราด้วย ช่วยให้เราได้คะแนนจาก Google เพิ่มอีก

การตลาดไม่ใช่ค่าใช้จ่าย มันคือการลงทุน ที่ต้องการระยะเวลาถึงจะได้ ROI อย่าเพิ่งล้มเลิก ควรให้ระยะเวลาในแต่ละแคมเปญอย่างน้อย 30 – 40 วัน และวัดผลดูว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจหรือยัง เราสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธได้ตลอดเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ใช้เพียงแคมเปญเดิมตลอด ไม่งั้นอาจเสียโอกาสในการทำธุรกิจต่อไปได้

 

สัมนา O2O Commerce ดึงลูกค้าออนไลน์ สู่หน้าร้านวัสดุฯ ในยุคดิจิทัล ครั้งที่ 2 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว!

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง  KOS (K ONLINESHOP SPACE) Centra World ชั้น 5 โซน Isetan (แผนที่)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ time vector  วันอังคาร ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.00 – 16.00 น.

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง งานนี้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย (รับเพียง 40 ที่นั่งเท่านั้น)

สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ที่นี่!


 

ขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์ เริ่มต้น อย่างไร ?

เดิมที BUILK.COM เป็นระบบควบคุมต้นทุนก่อสร้าง ที่ให้บริการสำหรับผู้รับเหมาไซส์ SMEs ที่ต้องการการทำงานอย่างมีระบบ เพิ่มประสิทธิภาพ แต่เมื่อเราทำมาได้สักพัก เราเริ่มมี BIG DATA ที่ทำให้รู้ว่าความต้องการตลาด แนวโน้มอุตสาหกรรม ราคาวัสดุก่อสร้าง เป็นอย่างไร คุณชัชวาล พิเชฐพงศา Commercial  Manager & Product Owner BUILK One Group ได้มาเล่าประสบการณ์การทำ O2O Commerce ของ BUILK โดยเรามีร้านค้าออนไลน์ของเราชื่อว่า Yello วัสดุก่อสร้างออนไลน์ ทำยังไงถึงสามารถมียอดขายโตขึ้นถึง 300% ภายใน 4 ปี

ลูกค้ากำลังเสี่ยง

เราไม่ได้มีหน้าร้านจริงๆ เหมือนคนอื่นๆ เขา มีเพียงรูปบนเว็บไซต์หรือบน Facebook เท่านั้น และการซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างนั้นไม่ได้เหมือนกับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่มีมูลค่าไม่กี่ร้อยบาท แต่สำหรับวัสดุก่อสร้างแล้วมันมีมูลค่าสูงกว่านั้นมาก ซื้อทีเป็นหลักแสน หรือหลักล้าน แล้วใครจะกล้ามาเสี่ยงเอาเงินมาเป็นแสนมาเสี่ยงกับร้านค้าที่ไม่ได้มีหน้าร้าน ไม่มีตัวตน Challenge ของเราคือความเชื่อใจ ทำให้ลูกค้าเชื่อใจเราให้ได้มากที่สุด เค้าจะได้ไม่รู้สึกว่ากำลังเอาเงินมาเสี่ยงกับร้านค้าที่ไม่มีตัวตน โดย Yello เริ่มจากการทำเว็บไซต์ให้น่าเชื่อถือ ทำคอนเทนต์ทั้งการให้ความรู้ รวมถึง Testimonial ของลูกค้าที่ซื้อสินค้า เมื่อมีการซื้อสินค้าจะอัพรูปผ่าน Facebook ว่ามีคนได้สินค้าจริงๆ ส่งตรงจริงถึงหน้าไซต์งาน และยังมีราคาถูก สะดวก หลังจากนั้นก็เริ่มโปรโมทเรื่อยๆ ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ SEM / Boost Post / Line@ รวมถึงช่องทางอื่นๆ เช่น ไปโปรโมทตามอีเวนท์ต่างๆ ของทาง BUILK ให้กลุ่มลูกค้าเห็นหน้าเห็นตาพวกเราว่ามีตัวตนจริงๆ

 

โอกาสมาถึงพร้อมกับ “ปัญหา”

เมื่อ Yello เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจเองก็มีเยอะขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะโทรมาสอบถามราคา เช็คราคา ช่องทางการติดต่อก็มีหลายช่องทาง ทีมเซลล์ของ Yello เองก็มีเพียงแค่ 3-4 คน เวลาที่ลูกค้าติดต่อเข้ามาบางครั้งก็จดใส่ Post-it , กระดาษ หรืออะไรก็ตามที่สามารถเขียนได้ ณ ตอนนั้น พอไปทำอย่างอื่นเข้าก็ลืมว่าตัวเองจดไว้ไหน Yello จึงโดนคอมเพลนเป็นประจำว่า ขอราคาไปแล้วไม่ตอบ หรือ ตอบช้า เราเลยหาทางแก้โดยการ Monitor ทีมขายผ่าน Google Sheet ที่สามารถแชร์ข้อมูลของตัวเอง ยอดขาย และลูกค้า เราเห็นความสำคัญของการเก็บ DATA มาก เพราะมันจะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ตัวเราเอง รวมถึงความต้องการของตลาดได้ แต่ Google Sheet ก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเรา เพราะมันมีปัญหาเรื่องข้อมูลหายบ้าง มีบางคนไปลบแถว ไปแก้สูตร ข้อมูลนั้นๆ ก็หายไป

 

พัฒนาระบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

เราเลยคิดว่า BUILK เราพัฒนาระบบมาให้ผู้รับเหมาใช้อยู่แล้ว เรามีทีมโปรแกรมเมอร์ ทำไมเราถึงไม่พัฒนาระบบมาให้ร้านค้าวัสดุก่อสร้างใช้บ้างล่ะ ? ในปี 2017 เราได้พัฒนาระบบ CRM สำหรับผู้ค้าวัสดุก่อสร้างขึ้นมา ชื่อว่า JUBILI by BUILK เป็นระบบติดตามงานขาย ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ค้าวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะ โดยเรามีการไปรีเสิร์ชความต้องการตามร้านค้าวัสดุฯ มา เพื่อออกแบบโปรแกรมให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด และเรายังพัฒนาไปเรื่อยๆ ออกฟีเจอร์ใหม่ และรายงานการขายที่จำเป็น ตั้งแต่ Yello เปลี่ยนมาใช้ JUBILI ก็ช่วยร่นระยะเวลาการประชุม การทำรายงาน และช่วยให้สามารถติดตามลูกค้าได้ทุกเจ้าไม่มีหลุด หลังจากที่เราทำงานกันอย่างมีแบบแผน มีระเบียบกันมากขึ้น มันก็ช่วยให้ยอดขายของ Yello เติบโตขึ้นกว่า 300% จากเริ่มแรก

การมี DATA ที่ดีจะช่วยให้เรารู้แนวทางในการกำหนดกลยุทธ รวมถึงแผนพัฒนาธุรกิจ อยากให้ทุกคนสนใจเกี่ยวกับการเก็บ DATA แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วย

 

 

– ลงชื่อทดลองใช้ JUBILI by BUILK ฟรี! –

 


JUBILI by BUILK คือ ระบบ CRM เพื่อการบริหารทีมขาย และวิเคราะห์ประสิทธิภาพการขายแบบ Real-Time ออกแบบมาเพื่อร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ที่มีทีมขายงานโปรเจค, ร้านสี, ร้านเมทัลชีท,  แพล้นท์ปูน, ผู้จำหน่ายวัสดุตกแต่ง และ ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ที่ต้องการบริหารทีมขาย ติดตามดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า แบบ B2B

รู้จัก JUBILI by BUILK เพิ่มเติม < คลิก ที่นี่ >