อยากมีร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเอง ต้องทำอย่างไร

อยากมีร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเอง ต้องทำอย่างไร ทั้งง่าย และฟรี ที่ BUILK.com

 

ในยุดดิจิทัลแบบนี้ การมีตัวตนบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญแบบพลาดไม่ได้ เพราะในทุกๆธุรกิจ ทุกๆอุตสาหกรรม ก็มีการเข้ามาใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำการขาย การตลาดให้ตัวเองกันทั้งนั้น นั่นก็เพราะว่าด้วยพฤติกรรมปกติของคนส่วนใหญ่ หรือคนที่เป็นกลุ่มลูกค้า (Target) ของเรา ก็ใช้ช่องทางออนไลน์สื่อสารกันในชีวิตประจำวัน หมายความว่าสายก่อสร้างอย่างเราก็ควรหันมาใช้ช่องทางนี้มากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสการขายให้ตัวเองด้วย

ที่สำคัญตลาด E-Commerce บ้านเราก็มีเติบโตอย่างต่อเนื่อง  ตลาดวัสดุก่อสร้างเองก็เข้าสู่ช่องทางออนไลน์กันไม่น้อย อย่าง BUILK.com ก็มีสบริการให้ผู้รับเหมา และเจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้าง มาสร้างร้านค้าออนไลน์ตัวเองได้ฟรีๆ บนบิลค์ 

ซึ่งเราเรียกกันว่า Company Profile ที่ทางร้านค้าสามารถเพิ่มสินค้า/บริการของตัวเองได้ หรือแม้กระทั่งผลงานที่ตัวเองเคยทำไปได้พร้อมรายละเอียดต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้าน เสมือนเป็นเว็บไซต์ส่วนตัวของร้านได้ ถือเป็นการเพิ่มช่องให้กับร้านค้า และเพิ่มโอกาสการขายให้กับร้านค้าของคุณด้วย

วิธีการใช้งาน Company Profile ที่ BUILK.com

ขั้นที่ 1 กรณีที่ยังไม่เคยมีการสมัครใช้งาน สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ Cost.Builk.com แล้วให้ทำการกรอก อีเมลที่ต้องการใช้งานสู่ระบบ กำหนดรหัสผ่านโดยที่รหัสผ่านต้องมากกว่า 6 ตัวอักษร จากนั้นให้ทำการกดตกลง เพื่อยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว เมื่อกรอกรายละเอียดดังกล่าวทั้งหมดแล้วให้กด ” ลงทะเบียนใหม่ ” ได้เลย

 

ขั้นที่ 2 ระบบจะแสดงหน้ารายละเอียดว่า ให้ยืนยันการลงทะเบียนที่อีเมลผู้ใช้งานที่ใช้สมัครเข้ามา ดังรูปตัวอย่างด้านล้าง จากนั้นให้ผู้ใช้งานไปที่อีเมลของตนเอง แล้วกดยืนยันบัญชีผู้ใช้ผ่านทางอีเมล

 

ขั้นที่ 3 เมื่อทำการยืนยันบัญชีผู้ใช้เรียบร้อย  ระบบจะให้ทำการเพิ่มรายละเอียดผู้ใช้งาน

โดยให้กรอก *ชื่อ   *นามสกุล   *เบอร์โทรศัพท์มือถือ   *ประเทศ   *จังหวัด   *ภาษาที่ต้องการใช้ในระบบ  ผู้ใช้งานจะต้องกรอกให้ครบถ้วนจึงจะสามารถกดปุ่ม “ถัดไป” ได้

 

ขั้นที่ 4  ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญมาก เพื่อเป็นการสร้าง Company Profile หรือร้านค้าออนไลน์ของตนเองขึ้นมา คือการสร้างกิจการบน BUILK.COM นั่นเอง

รายละเอียดกิจการที่ต้องกรอก ได้แก่
*ชื่อกิจการ *ประเทศ *จังหวัด *ประเภทการจดทะเบียน เบอร์โทรศัพท์สำนักงาน และผู้ใช้งานสามารถตั้งชื่อเว็บไซต์ของตนเองได้ โดยต้องเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ และห้ามใช้อักขระพิเศษหรือทำการเว้นวรรค จากนั้นจะสามารถกดปุ่ม “ถัดไป” ก็จะเป็นการเสร็จสิ้นการสมัครเข้าใช้งาน และสร้างกิจการ

 

 

 

วิธีการลงสินค้าบน Company Profile ที่ BUILK.com

ขั้นที่ 1. เข้าสู่ระบบที่เว็บไซต์ Cost.Builk.com เนื่องจากก่อนจะลงสินค้าในหน้าร้านออนไลน์ ผู้ใช้งานจะต้องทำการ Login เข้าระบบของ BUILK ก่อน สามารถกดเข้าระบบเพื่อเริ่มใช้งานได้เลยที่ >> คลิก!!!  

 

ขั้นที่ 2. เมื่อเข้ามาแล้วให้เลือกเมนู Company Profile ด้านซ้ายมือ เพื่อเข้าสู่การลงรายละเอียดบน Company Profile ของตนเอง

 

ขั้นที่ 3. เมื่อเข้ามาที่หน้า Company Profile จะอยู่ที่ เมนู “ภาพรวม” ที่จะแสดงรายละเอียดที่จะโชว์บนหน้า Company Profile

  1. จัดการเว็บไซต์ เป็นส่วนที่คุณสามารถแก้ไขข้อมูลกิจการของคุณได้หากต้องการแก้ไข หรือ เพิ่มเติมข้อมูล
  2. Builk Connect เป็นส่วนที่เปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมในการค้นหาต่าง คุณสามารถค้นหา รายชื่อธุรกิจก่อสร้างสมาชิกบิลค์ ค้นหาค้นหาผู้รับเหมา ค้นหาแหล่งขายวัสดุก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งเข้าไปยังหน้า Company Profile ของคุณเองได้จากส่วนนี้
  3. ข้อมูลกิจการ เป็นส่วนที่สรุปข้อมูลกิจการที่คุณตั้งค่าไว้ในปัจจุบัน เช่น ชื่อเว็บไซต์ของคุณ ข้อมูลการติดต่อ
  4. ผลงาน เป็นส่วนที่ไว้รวบรวมผลงานของคุณ เปรียบเสมือน Portfilio ออนไลน์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของร้านค้าออนไลน์ของคุณบน BUILK.com
  5. สินค้าและบริการ เป็นส่วนที่ไว้รวบรวมสินค้า และ บริการของร้านค้าคุณ เปรียบเสมือน แคทตาล๊อคสินค้าออนไลน์ ที่คุณสามารถอัพโหลดขึ้นไปเพื่อให้ลูกค้า หรือ ผู้รับเหมาที่เห็นสามารถเข้ามาเลือกกดขอราคาไปหาคุณได้ทันที

 

เมนู “ข้อมูลกิจการ” ควรลงรายละเอียดให้ครบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อเราได้

 

เมนู “สินค้าและบริการ” ให้ทำการเลือกเพิ่มสินค้าและบริการ

 

เมื่อเข้าสู่หน้าเพิ่มสินค้าและบริการ ควรใส่รายละเอียดสินค้าและบริการของคุณให้ครบถ้วน โดยการลงสินค้าจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่

ส่วน เพิ่มสินค้าใหม่  เป็นส่วนที่จะใช้ลงรายละเอียดของสินค้านั้นๆ

สิ่งที่ต้องกรอก คือ
ชื่อสินค้าและบริการ * : สามารถตั้งชื่อสินค้าได้ตามต้องการ
ประเภทสินค้า * : เลือกประเภทสินค้าที่ถูกต้อง
รูปแบบสินค้า * : สินค้าประเภทนี้เป็นสินค้ารูปแบบไหน
รายละเอียด* : ควรใส่ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อรุ่นสินค้า ขนาดสินค้า คุณสมบัติของสินค้า เป็นต้น
เลข มอก. : จะช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพของสินค้า
Tag สินค้า : เพื่อจัดกลุ่มสินค้า สำหรับผู้สนใจค้นหาง่ายขึ้น



ส่วน ข้อมูลการขาย

ได้แก่ ราคาต่อหน่วย ขนาดสินค้า หน่วยของสินค้า ราคาเริ่มต้น และราคาสูงสุด โดยการกรอกข้อมูลเหล่าจะทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น


ส่วน การจัดการรูปภาพ

ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดรูปสินค้า และบริการเข้าไปได้อีกด้วย โดยขนาดรูปภาพที่แนะนำจะไม่เกิน 500px x 500px

 

ส่วน SEO เป็นส่วนที่ทำขึ้นมาเพื่อช่วยให้สินค้านั่นถูกค้นหาได้ง่ายขึ้นบนโลกออนไลน์

เช่น การเสิร์ชบนกูเกิ้ล (Google) โดยที่การทำ SEO จะเป็นการสร้างคีย์เวิร์ด หรือคำที่ทางผู้ใช้งานต้องการให้คนทั่วไปค้นหาเจอ ด้วยคีย์เวิร์ดที่ต้องการ เช่น ร้าค้าผู้ใช้งานขายเหล็กเส้น แล้วอยากให้ลูกค้าค้นหาเจอร้านค้าได้ง่ายขึ้นบน Google ก็ควรทำ SEO ที่มีคำว่าเหล็กเส้น ซึ่งโดยส่วนมากต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไปถึงจะเริ่มค้นหาได้เจอบน Google บน BUILK.com

โดยรายละเอียดที่ควรกรอก ได้แก่
หัวข้อ : แนะนำให้ใส่ชื่อสินค้า
คำบรรยาย : แนะนำให้ใส่รายละเอียดสินค้าสั้นๆ
คำค้นหา : คีย์เวิร์ด หรือคำที่ต้องการให้ลูกค้าค้นหาสินค้าเราเจอ จากรูปตัวอย่างสินค้าเหล็กเส้นกลม คีย์เวิร์ดที่ควรใส่ เช่น เหล็กเส้น เหล็กเส้นกลมSR24  เหล็กเส้นกลมราคาโรงงาน เป็นต้น โดยการใส่แต่ละคีย์เวิร์ดให้ใส่หนึ่งคำแล้วกด Enter ก่อนแล้วค่อยเพิ่มคำถัดไป

เมื่อทำการกรอกรายละเอียดสินค้าและบริการครบแล้วให้กดปุ่ม “บันทึก” เพื่อบันทึกข้อมูลสินค้านั้นลงระบบ จากนั้นสินค้าที่ทำการเพิ่ม จะอยู่ Company Profile ของผู้ใช้งาน

 

** สีแดง หมายถึง จำเป็นต้องกรอก



เพียงแค่นี้เท่านั้นผู้ใช้งานก็จะมีร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเองได้แล้วง่ายๆ โดยทีมงานขอแนะนำให้ผู้ใช้งาน หรือเจ้าของร้านค้า ทำการลงข้อมูลของร้านค้าให้ครบเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจสามารถติดต่อร้านค้าได้โดยง่าย และที่สำคัญร้านค้าควรมีการอัปเดตสินค้าตัวเองลง Company Profile ให้ครบว่าทางร้านมีการจัดจำหน่ายสินค้าอะไรบ้าง ประเภทไหน รายละเอียดสินค้าเป็นอย่าง โดยดูวิธีการลงสินค้าที่บิลค์ทีมได้บอกไปข้างต้นได้เลย

 

X