เชื่อว่าผู้บริหารทุกคนมี North Star ที่อยากพาธุรกิจเติบโต และมี ambition ที่อยากไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้
แต่เส้นทางในการเดินไปถึงจุดนั้น อาจยังเป็นภาพลาง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้นำทุกคน—เพียงแค่ระดับความชัดเจนอาจต่างกันไป
บทความนี้อยากชวนผู้นำทุกคนมา reflect กับตัวเอง เพื่อให้ได้ “เข็มทิศ” กลับไปว่า เราจะเตรียมพร้อมสำหรับความสำเร็จ หรือ set up for success ในปี 2026 ได้อย่างไร
ก่อนจะไปถึงคำถาม ลองมาดู Growth Blockers ที่อาจทำให้ทีมวิ่งได้ไม่เต็มศักยภาพ
Growth Blocker #1
ความไม่ชัดเจนของเป้าหมายและทิศทางองค์กร
ไม่เพียงแต่ในระดับผู้บริหาร แต่ทุกคนในองค์กรควรเห็นภาพปลายทางเดียวกัน เพราะเมื่อแต่ละคนเข้าใจ และปักหมุดในใจได้แล้ว เขาจะรู้ว่าตัวเองมีบทบาทอย่างไร ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย
แน่นอนว่าผู้บริหารก็ไม่ได้มีคำตอบชัดเจนครบทุกเรื่อง เพราะหลายปัจจัย
ก็อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่ตรงนี้เองที่ทำให้ “judgement ของผู้นำ” สำคัญ ว่าจะสื่อสารอะไร – เมื่อไร – อย่างไร
ความชัดของผู้นำ คือจุดเริ่มต้นของความชัดของทั้งองค์กร
Growth Blocker #2
ขาด Infrastructure ที่แข็งแรงพอ จะเป็นสปริงบอร์ดให้กับคน
การให้เป้าหมายและทิศทางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จเท่านั้น เราจะ ensure ได้อย่างไรว่าคนของเราพร้อมแล้วที่จะเป็น engine ของความสำเร็จ
หลายครั้งเราให้เป้าหรือโจทย์ไป โดยที่คาดหวังว่าคนของเราจะเสกทุกอย่างขึ้นมาได้ ซึ่งคนเก่งอาจทำได้ก็จริง แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราได้สร้าง environment ที่ซัพพอร์ตให้เขาสำเร็จด้วย
Infrastucture ที่ดี ไม่ใช่แค่เครื่องไม้เครื่องมือ หรือระบบการทำงาน แต่รวมถึง Psychological Safety หรือความรู้สึกปลอดภัยที่ทำให้คนกล้าแชร์ความคิด และกล้าตัดสินใจ
สุดท้ายแล้วผู้บริหารจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของทีม ผู้นำจึงมีบทบาทในการซัพพอร์ตคนให้ประสบความสำเร็จ
Growth Blocker #3
ขาดตัวบ่งชี้สิ่งที่องค์กรให้คุณค่า ทั้ง reward and panishment
ผู้นำส่วนใหญ่มัก concentrate กับเป้าหมายมากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว แต่เมื่อความสนใจไปอยู่ที่ผลลัพธ์มากเกินไป เราอาจเผลอ ให้คุณกับพฤติกรรมที่ไม่ควรได้รับ หรือละเลยพฤติกรรมที่ควรได้รับการสนับสนุน
สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แต่เป็น “ทักษะ” ที่ต้องฝึก และบางครั้ง…แค่การเพิกเฉย ก็อาจถูกมองว่าเป็นการยอมรับโดยไม่รู้ตัว
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
เพราะคนในองค์กรเติบโตแบบที่ผู้นำดูแล—เหมือนต้นไม้ที่เติบโตจากสภาพแวดล้อมที่ได้รับ ถ้าเราไม่ได้ตั้งใจใส่ใจ ต้นไม้ของเราก็อาจเติบโตไปในแบบที่เราไม่ต้องการ
ถ้าเรามี awareness และเลือกให้คุณค่ากับพฤติกรรมที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากสร้าง องค์กรก็จะเติบโตไปในทิศทางที่ตั้งใจ—โดยไม่ต้องออกแรงมากอย่างที่คิด
นอกเหนือจาก Growth Blockers แล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ กำลังภายใน หรือสิ่งที่องค์กรมีในเนื้อในตัวอยู่แล้ว
เพราะผู้นำทุกคนไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เราต่างมีบางอย่างที่พาองค์กรมาถึงจุดนี้ได้
และคำถามด้านล่างนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณมองเห็น “เข็มทิศภายใน” ได้ชัดเจนขึ้น…
ถ้าองค์กรของเราเปรียบเหมือนกระเป๋าใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยของมากมาย
และวันนี้ต้องวางทุกอย่างลง และเลือก “เก็บไว้เพียงสิ่งเดียว” ที่จะพาองค์กรเติบโตต่อไป — สิ่งนั้นคืออะไร?
ถ้าย้อนกลับไปดูทุกโปรเจกต์ที่เคยทำ อะไรคือที่คุณใช้เป็นจุดตั้งต้นในการเริ่มต้น
โปรเจกต์เหล่านั้น?
อะไรคือหลักการที่คุณ ไม่เคยยอมละทิ้ง แม้ในวันที่กดดันที่สุด?
เมื่อเราได้มีพื้นที่คุยกับตัวเอง พิมพ์ลงกระดาษ หรือแลกเปลี่ยนกับ
พาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจ เราจะเริ่มเห็นทั้งสิ่งที่ต้องปล่อย สิ่งที่ต้องรักษา
และสิ่งที่เราเชื่อจริง ๆ
เมื่อสิ่งเหล่านี้ชัด…ทิศทางของปีหน้าก็จะชัดตาม
และเราจะได้คำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่ควรโฟกัส
เขียนโดย
ปวันพัชร หิญชีระนันทน์ (แตงกวา)
BUILK ONE Academy Manager
