“ต้นทุน” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนการดำเนินโครงการที่ไม่อาจมองข้ามได้
ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ปัจจัยที่ทำให้ผู้รับเหมาไม่ว่าจะรายใหญ่ หรือรายเล็กต่างพากันสะดุดกันมากที่สุด ก็หนีไม่พ้น เรื่อง “เงิน” หรือว่า “ต้นทุน” ที่ว่านี้ เพราะแค่การวางแผนงบประมาณ หรือการคำนวณที่ผิดพลาดเพียงนิดเดียว ก็สามารถทำให้โครงการนั้น ๆ ชะงัก จนอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการควบคุมต้นทุน และธุรกิจเกิดปัญหาได้เนื่องจากกำไรไม่เกิดขึ้น
ซึ่งจากกรณีนี้ หากผู้รับเหมาลดข้อผิดพลาดในการควบคุมต้นทุน และอุดช่องโหว่ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ การวางแผนงบประมาณก็แทบจะไม่มีอะไรต้องห่วง แถมยังเห็นภาพของกำไรในโครงการนั้น ๆ อีกด้วย
“แล้วข้อผิดพลาดใดบ้างในการควบคุมต้นทุนที่ผู้รับเหมามักจะต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้งโดยไม่รู้ตัว?”
🌟 5 กับดักที่ผู้รับเหมามักผิดพลาดในการควบคุมต้นทุน
ในการจัดการโครงการแต่ละครั้งนั้น ผู้รับเหมาต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในการควบคุมต้นทุน ซึ่ง 5 กับดักที่มักจะพบบ่อยในการควบคุมต้นทุน ที่นำไปสู่ความล้มเหลวในการจัดการงบประมาณ ได้แก่
⚙️ 1. การประมาณราคาที่ไม่ถูกต้อง:
การประมาณราคาที่ไม่ถูกต้องของธุรกิจรับเหมานั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ขาดประสบการณ์ ข้อมูลราคาที่ไม่ถูกต้อง หรือความผิดพลาดในการคำนวณ และสิ่งเหล่านี้มักเกิดกับผู้รับเหมาที่เพิ่งเริ่มธุรกิจได้ไม่นาน โดยอาจจะขาดความเก๋าเกมในการประเมินราคา หรือขาดทักษะในการจัดการบัญชีที่ตนเองหรือคนในทีมอาจจะไม่ถนัด ซึ่งสิ่งนี้ที่กล่าวมานั้นอาจนำไปสู่อัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำ หรือแม้กระทั่งการสูญเสียเงินจนบานปลายก็เป็นได้
⚙️ 2. การจัดการวัสดุที่ไม่มีประสิทธิภาพ:
วัสดุ ถือเป็นสิ่งสิ้นเปลืองในการก่อสร้าง หากผู้รับเหมาไม่สามารถคำนวณอัตราการใช้งานได้ดีมากพอ พฤติกรรมการสั่งวัสดุมาเผื่อไว้เยอะ ๆ และมองข้ามคุณภาพของวัสดุเหล่านั้นไป ถือเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เงินทุนหรืองบประมาณจมไปกับสิ่งเหลือใช้เหล่านี้ได้ ซึ่งการจัดการวัสดุที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจนำไปสู่การสูญเสียต้นทุนโดยใช่เหตุ หากผู้รับเหมาสามารถนำวัสดุเหลือใช้ไปต่อยอดได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สุดท้ายเราก็ต้องเสียค่าพื้นที่สำหรับเก็บวัสดุคงเหลือตรงนี้อยู่ดี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในต้นทุนเช่นกัน สิ่งสำคัญคือ ต้องมีระบบติดตามวัสดุที่มีประสิทธิภาพ และใช้เทคนิคการจัดการสต็อกที่เหมาะสม
⚙️ 3. การจัดการแรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ:
การจัดการแรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจนำไปสู่อัตรากำลังการผลิตต่ำ งานล่าช้า และค่าแรงที่สูงเกินคุณภาพงานที่ได้รับ ควรคำนวณต้นทุนแรงงาน และต้นทุนการจ้างงานให้ดี จำนวนของแรงงานที่เยอะก็ไม่ได้การันตีว่างานจะออกมาเร็วและดีอย่างใจคิด หรือการประหยัดต้นทุนในการจ้างแรงงานมากเกินไปก็ใช่ว่าจะทำให้งบประมาณดีขึ้นแต่อย่างใด สิ่งสำคัญคือต้องมีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ กำหนดเวลา และการควบคุมดูแลแรงงานที่ดี
⚙️ 4. การติดตามงานที่ไม่ดี:
การติดตามงานที่ไม่ดี เช่น การปล่อยปะละเลยในการติดตามความคืบหน้าของงาน เพราะคิดว่าสิ่งที่ตนวางไว้นั้นดีอยู่แล้ว ซึ่งการชะล่าใจในส่วนนี้อาจนำไปสู่ปัญหาที่ไม่คาดคิด ก่อเกิดความล่าช้า และเมื่อเกิดปัญหา ก็นำมาสู่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่วางไว้ก็กลายเป็นผิดแผน สิ่งสำคัญคือต้องติดตามความคืบหน้าของงานอย่างใกล้ชิด ระบุปัญหาให้ไว ตรงประเด็น และดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วที่สุด
⚙️ 5. การจัดการความเสี่ยงที่ไม่ดี:
การประเมินความเสี่ยงคือ สิ่งที่ผู้รับเหมาควรให้ความสำคัญอยู่เสมอ เพราะโครงการก่อสร้างมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้มากมายจากหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ และความล่าช้าของไม่ว่าจะจากการทำงานส่วนใดก็ตาม ซึ่งหากเกิดปัญหาหรืออันตรายในโครงการก่อสร้างนั้น ต้องยอมรับว่าสามารถก่ออันตรายแก่ผู้ที่อยู่บริเวณนั้นได้ตลอดเวลา ทั้งสถานที่ สัตว์ สินทรัพย์ หรือชีวิตผู้คน และหากเกิดอันตรายแล้ว แน่นอนว่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากส่วนนี้ ย่อมบานปลายจนมองไม่เห็นกำไรเลยก็ได้ สิ่งสำคัญคือผู้รับเหมาต้องระบุความเสี่ยงให้เป็น ประเมินผลกระทบกับภายในไซต์รวมถึงบริเวณรอบ ๆ และพัฒนากลยุทธ์การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้ให้แม่นยำ
ผู้รับเหมาสามารถเริ่มต้น และมีวิธีหลีกเลี่ยงกับดักเหล่านี้ได้โดย:
- จ้างนักประมาณราคาที่มีประสบการณ์ ดีกว่าการฝืนทำเองโดยที่ขาดทักษะหรือผู้ช่วยที่ดี
- นำซอฟต์แวร์ควบคุมต้นทุน มาใช้ภายในการทำงานของทีมงาน เพื่อการทำงานที่แม่นยำมากขึ้น
- พัฒนาระบบจัดการวัสดุที่มีประสิทธิภาพ
- มีการวางแผนงานแรงงานที่มีประสิทธิภาพ
- Monitoring ติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และละเอียด
การควบคุมต้นทุนเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของผู้รับเหมา โดยการหลีกเลี่ยงกับดักเหล่านี้ ผู้รับเหมาสามารถเพิ่มผลกำไร ปรับปรุงการไหลเวียนของเงินสด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

