ช่วงที่ผ่านมา คำว่า GenZ ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในบริบทของการทำงาน จนทำให้เกิดบทสนทนาเรื่อง “ความแตกต่าง” มากมาย ความจริงแล้วความแตกต่างไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่ปรากฏการณ์ GenZ ทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับมันแบบปฏิเสธไม่ได้—ความเป็นปัจเจกชัดเจนขึ้น ความคาดหวังซับซ้อนขึ้น และรูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ซึ่งหมายความว่า วิธีการเดิมที่เราเคยใช้ อาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่วันนี้ ผู้นำทุกระดับ ต้องพัฒนาทักษะใหม่ ไม่ใช่ทักษะทางเทคนิค แต่คือ
“ทักษะในการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น” เพราะโจทย์ของผู้นำวันนี้ไม่ใช่การบริหาร “คนแต่ละรุ่น” ให้ได้
แต่คือการเข้าใจ มนุษย์ที่แตกต่างกัน ในแต่ละบริบท และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขา “ทำงานร่วมกันได้ดี”
และด้วยเหตุนี้เอง
Objective ของบทความนี้ ไม่ได้เพื่อให้เรารู้จัก GenZ มากขึ้น
แต่เพื่อชวนกลับไปโฟกัสที่สิ่งสำคัญกว่า
เราจะทำงานกับ ‘คนที่อยู่ตรงหน้า’ ให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร?
เมื่อเรารู้แล้วว่าการเข้าใจคนสำคัญกว่าการจำแนกคนตามรุ่น
สิ่งต่อไปคือคำถามสำคัญว่า—แล้วเราจะเริ่มอย่างไร?
1) เริ่มจากเข้าใจให้ชัดว่า “เราทำเพื่อใคร”
อย่างแรกและสำคัญที่สุด คืออยากให้มองให้ชัดว่า
การที่เราพยายามมากขึ้น ไม่ได้ทำเพื่อใครที่ไหน แต่ทำเพื่อให้ตัวเราเข้าใกล้เป้าหมายที่ต้องการมากขึ้น
เมื่อเรารู้ว่า effort ที่ลงไป “ส่งผลต่อเป้าหมายของเรา”
แรงขับเคลื่อนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจะเกิดขึ้นเอง
2) ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่า เราจะร่วมงานกับ “ใคร” และเพื่ออะไร
เริ่มจากเลือกให้ชัดว่า คนที่เราต้องการทำงานด้วยคือใคร
อาจเป็นหัวหน้า เพื่อนร่วมทีม หรือ stakeholder สำคัญ
แล้วนิยามให้ชัดว่า
เป้าหมายของการทำงานร่วมกับคนคนนี้คืออะไร
เพราะเป้าหมายที่ชัด จะบอกเราว่า “ต้องเปลี่ยนอะไร” และ “ต้องทำอย่างไร”
3) หาให้เจอว่า win-win ของเราคืออะไร
ถามตัวเองก่อนว่า เราอยากได้อะไรจากการทำงานร่วมกัน
แล้วถามต่อว่า อีกฝ่ายจะได้อะไรจากการร่วมงานกับเรา
ถ้าตอบส่วนของเขายาก ให้จินตนาการว่า
“ถ้าเราเป็นเขา อยู่ในจุดเดียวกับเขา… เราจะคาดหวังอะไร?”
การเข้าใจ win-win จะทำให้เราทำงานด้วยได้ง่ายขึ้นมาก
4) ออกแบบการสื่อสารให้เหมาะกับคนตรงหน้า
การสื่อสารที่ดีต้อง personalize สำหรับแต่ละคนลองถามตัวเองว่า
เขาชอบคุยแบบไหน? F2F? โทร? หรืออยากได้ข้อมูลก่อน?
เขาชอบข้อมูลเยอะหรือชอบภาพรวม?
เขาตัดสินใจเร็วหรือช้า?
การสื่อสารให้ตรง “ภาษาของเขา” คือกุญแจในการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น
และนี่คือทักษะที่ต้องฝึกผ่านการสังเกตคนรอบตัว
5) ทดลอง ทำจริง และเรียนรู้จากฟีดแบค
ทุกอย่างตั้งแต่ข้อ 1–4 คือการวางแผน
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การลงมือทำโดยเปิดพื้นที่ให้ตัวเองเรียนรู้
มองทุกครั้งที่ทำเป็น “การทดลอง”
ถ้าผลลัพธ์ยังไม่เพอร์เฟค ให้สังเกตว่าเรียนรู้อะไรบ้าง
และปรับในครั้งถัดไป
แม้แต่การถามเจ้าตัวตรง ๆ ว่าเขาคิดอย่างไร ก็เป็นข้อมูลที่ทรงคุณค่ามาก
เพราะสุดท้าย การทำงานร่วมกับคนไม่ได้มีสูตรตายตัว
มีเพียง “วิธีที่ใช่ที่สุด” สำหรับความสัมพันธ์คู่นั้น
และเมื่อเราเรียนรู้ทักษะนี้ได้
เราจะเก่งขึ้น—ไม่ใช่แค่ในบทบาทการทำงาน
แต่ในทุกบทบาทของชีวิต
เขียนโดย
ปวันพัชร หิญชีระนันทน์ (แตงกวา)
BUILK ONE Academy Manager
