เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เพราะลูกค้า B2B และ B2C ต่างกัน

Cover-Blog-WhatisB2BB2C

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า B2B และ B2C กันมาบ้าง แต่หลายคนคงสงสัยว่าแล้ว B2B กับ B2C มีความแตกต่างกันอย่างไร พฤติกรรมลูกค้าต่างกันไหม ซึ่งหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจนั้นคือการรู้กลุ่มลูกค้าของคุณเอง เพราะถ้าคุณรู้ว่ากลุ่มของลูกค้าของคุณคือใคร คุณต้องการเสนอขายสินค้าอะไรให้เค้า และการดูแลเค้าต้องทำอย่างไร ก็จะช่วยให้คุณสามารถรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกค้า ให้มีการซื้อขายกันได้อย่างต่อเนื่อง วันนี้ JUBILI by BUILK ( จูบิลี่ บาย บิลค์ ) จะมาช่วยให้คุณรู้จักความแตกต่างกันระหว่างธุรกิจแบบ B2B และ B2C ว่าแตกต่างกันอย่างไร และจะได้ใจลูกค้าสองกลุ่มนี้ที่มีพฤติกรรมต่างกันอย่างไร

เริ่มต้นจาก B2B และ B2C สองคำนี้มาจากคำว่าอะไร

  • B2B มาจาก Business to Business เป็นการซื้อขายสินค้า หรือ การให้บริการ ระหว่างภาคธุรกิจ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น บริษัททำซอฟต์แวร์เพื่อให้องค์กรใช้งาน ซึ่งจะเป็นลักษณะของการเจรจากันในระดับองค์กรทั้งสองฝั่งนั้นเอง โดยส่วนมากการขายสินค้าแบบ B2B มักจะมีการติดตามงานจากทีมขายเป็นระยะโดยมีรูปแบบ 3,5,8,12 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร มีการติดต่อกับทั้งเจ้าของกิจการ ทีมจัดซื้อ
  • B2C มาจาก Business to Consumer เป็นการซื้อขายสินค้า หรือ การให้บริการระหว่างภาคธุรกิจกับบุคคลทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ร้านวัสดุก่อสร้างขายปลีก กับ ลูกค้าขาจร ที่จะเป็นการขายสินค้า หรือ บริการถึงมือลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไปตรงๆ

จะเห็นว่าการเข้าถึงลูกค้าระหว่าง B2B กับ B2C จะมีความแตกต่างกัน B2B จะเป็นลักษณะการทำธุรกิจระหว่างองค์กรที่จะเน้นไปในการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า เพราะต้องมีการซื้อขาย หรือ ติดต่อเจรจากันในระยะยาว เพราะมีวงจรการซื้อขายกันที่ค่อนข้างยาวนานกว่าจะปิดการขายได้ในแต่ละครั้ง ซึ่งจะแตกต่างกับ B2C อย่างชัดเจน ที่ไปลักษณะของการซื้อมาขายไป วงจรการซื้อขายและความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าค่อนข้างสั้น ได้เจอลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานจริงๆ

what is B2B B2C

เพราะพฤติกรรมต่างกัน การดูแลความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าสองกลุ่มนี้จึงต้องแตกต่างกัน

หลายๆคนคงเริ่มเห็นแล้วว่าการทำธุรกิจแบบ B2B จำเป็นต้องมีการรักษาความสัมพันธ์กัน ทีมขายจำเป็นต้องมีความใส่ใจลูกค้าเป็นพิเศษ ความเป๊ะของทีมขายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่นความตรงต่อเวลาในการเข้าพบลูกค้า การนำเสนอสินค้า เพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้กับตัวทีมขายเอง และตัวบริษัทของคุณ แล้วเหล่าผู้บริหารจะมั่นใจในทีมขายของคุณได้อย่างไรหากคุณยังมีรูปแบบการทำงานแบบเดิมๆ ดังนั้นการนำโปรแกรมประเภท โปรแกรม CRM ( Customer Relationship Management ) เช่น JUBILI by BUILK มาใช้งาน ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการบริหารทีมขาย และดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าจึงมีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะโปรแกรม CRM จะมีฟีเจอร์ในการบันทึกกิจกรรมที่ทีมเซลล์ของคุณทำในแต่ละวัน เช่น การเข้าพบลูกค้า การติดต่อลูกค้า ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ติดต่อกันอย่างไรบ้าง และยังสามารถตั้งการแจ้งเตือนเพื่อให้รู้ว่าในครั้งถัดไปจะต้องติดต่อกับลูกค้าเมื่อไหร่ และ ติดต่อกันเรื่องอะไร นอกจากจะช่วยการทำงานของทีมเซลล์ที่ทำงานง่ายขึ้น ไม่มีการหลุดการตามลูกค้า รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรกับลูกค้าเจ้าไหนบ้างในแต่ละวัน นอกจากนี้ JUBILI by BUILK ยังช่วยให้เหล่าผู้บริหารเห็นข้อมูลที่ทีมเซลล์ของคุณทำได้แบบทันที เพราะการทำงานของ JUBILI by BUILK เป็นแพลตฟอร์มแบบออนไลน์ ทำให้ทุกครั้งที่มีการบันทึกข้อมูลลงระบบ ผู้บริหารก็สามารถเรียกข้อมูลขึ้นมาผ่านหน้าจอตัวเองได้ทันที ไม่ต้องการทีมเซลล์กลับมายังบริษัทถึงจะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ

ต้องการลงทะเบียนทดลองใช้ JUBILI by BUILK ฟรี 15 วัน
คลิก!
freetrial

สามารถติดตามข่าวสารจาก JUBILI by BUILK ได้จากช่องทาง

เพิ่มเพื่อน หรือ