Key Takeaway การตลาดยุคดิจิตอล สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน

ธุรกิจรับสร้างบ้าน-HBEX 4

Key Takeaway จาก Session :: การตลาดยุคดิจิตอล สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้าน ของคุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล

จากงาน HBEX4 | Home Builder Expert หลักสูตรรับสร้างบ้านจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยคุณจิ๊บ หรือ คุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล Co-Founder / Director of Planning & Idea จากบริษัท BrandBaker ได้ร่วมเป็นวิทยากรในการบรรยายในงานครั้งนี้โดยสรุปเนื้อหาจาก Session ได้ดังนี้

ปกติแล้วถ้าคุณจะรับสร้างบ้าน อะไรเป็นสิ่งที่ต้องถามผู้ว่าจ้าง? 

  1. ใช้งบเท่าไหร่ (Budget) 
  2. ลูคก้าของคุณคืออะไร 
  3. บริษัทคุณมีอะไรเด่นบ้าง ทำไมลูกค้าต้องใช้งานคุณ 

เชื่อว่าอันนี้น่าจะเป็นคำถามแรกๆที่ทุกคนนึกถึง แต่เชื่อไหมว่าเพียงแค่คุณเปลี่ยนมุมมองกับคำถามนิดเดียว ก็ทำนำไปการตลาดได้แล้ว แล้วคุณเคยตั้งคำถามเหล่านี้บ้างไหม?

  • สี , วัสดุพื้นปู , ของใช้ในบ้าน , สไตล์  ที่ลูกค้าแต่ละกลุ่มต้องการมีความแตกต่างกันอย่างไร?
  • ห้องแต่ละห้องในบ้าน แต่ละช่วงอายุมีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างไร
  • ทำไมลูกค้าแต่ละกลุ่มถึงอยากได้สิ่งเหล่านี้
  • คนที่ต้องการสร้างบ้านใน Online ทำอะไรกันอยู่บ้าง

เพราะการสร้างบ้านต้องมีแบบแผน เช่นเดียวกับการทำการตลาดก็ต้องมีแบบแผนคล้ายๆกัน เพียงแค่คุณต้องเริ่มที่จะอยากเข้าใจว่าลูกค้าอยากเห็นอะไร อยากได้อะไร อยากได้เพื่ออะไร แล้วเค้าเหล่านี้อยู่ที่ไหนบ้าง เมื่อคุณเริ่มตั้งคำถามเหล่านี้การทำการตลาดออนไลน์ของคุณจะเริ่มง่ายมากขึ้น เริ่มมองเห็นสิ่งที่เป็นตัวตนของคุณ สิ่งที่ลูกค้าต้องการ และสิ่งที่คุณสามารถสื่อสารออกถึงคนเหล่านี้ เพราะในยุค Digital คนไทยใช้งาน Social Media มากกว่า 70% ส่งผลให้การทำ การตลาดออนไลน์ เปลี่ยนไปเยอะมาก การสื่อสารมันซับซ้อนมากขึ้น

คำถามต่อมาคือเราจะเข้าถึงและจัดการผู้บริโภคได้ยังไง?

 

การสร้างบ้านแต่ละหลัง เราสร้างทางเข้าบ้านอย่างมาก็ 2 ทางเข้า แต่ถ้าเปรียบ “การตลาด” เป็นบ้านหนึ่งหลัง คุณจะมีประตูทางเข้าเยอะจนนับไม่ถ้วนจากออฟไลฟ์/ออนไลน์ เราต้องคิดว่าลูกค้าจะเข้าบ้านเราที่ห้องไหนเป็นห้องแรก ห้องไหนเป็นห้องถัดไป หรือที่เรียกว่า “Customer Journey” ซึ่งปัจจุบันแตกต่างจากแต่ก่อนอย่างมากเพราะเมื่อก่อนคุณใช้สื่อจากไม่กี่ช่องทางเช่น TV , หนังสือพิมพ์ ,ใบปลิว แล้วต้อนคนเข้ามาหน้าโครงการหรือหน้าสำนักงาน แต่ช่องทางออนไลน์ในปัจจุบัน นอกจากจะเจอกันเมื่อไหร่ก็ได้แล้ว ยังเจอจากหลายช่องทาง(แพลตฟอร์ม)ด้วย เช่น Facebook , Instagram , Twitter , TikTok , Website และสื่ออื่นๆ แต่คุณจำเป็นที่จะต้องเข้าใจพื้นฐานของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้การสื่อสาร การควบคุมบัตเจท เข้าถึงกลุ่มคนที่เราต้องการมากขึ้น

กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงเหล่านี้ บอกอะไรกับเราบ้าง?

กรณีศึกษา 1

ธุรกิจรับสร้างบ้าน-HBEX 4

เคยมีนักวาดรูปบอกว่าจะวาดนกเท่ากับยอด Retweet ผลที่ตามมาคือมีคน Retweet ไปถึง 60,000 คน

คำถามคือทำไมถึงมีคนเป็นล้านยอมกด Retweet ให้นักวาดรูปคนนี้

  • เพราะคน Online เหมือนชอบให้ท้าทาย และเกิดข้อสงสัยว่า จะต้องให้มีคนเข้ามาตอบโจทย์นี้ไหม หรือว่าทำได้จริงหรือเปล่า จนเกิดเป็นกระแส

กรณีศึกษา 2

เคยมีคนแชร์เกี่ยวกับการเล่นเกมเกม Freefly แชร์ข้อความว่าถ้ามีคนมาคอมเมนต์ใต้โพสนี้ครบ 1 ล้าน comment เค้าจะลบเกม

ทำไมคนแห่มาคอมเมนต์ถึง 1 ล้านคอมเมนต์เพื่อให้คนนี้ลบเกมทิ้ง ลบแล้วได้อะไร?

  • จริงๆแล้วคนที่มาร่วมคอมเมนต์ ไม่ได้อะไรเลยจากการกระทำนี้ แต่แค่รู้สึกอยากเอาชนะ มีความสนใจร่วมกัน และไปเกี่ยวข้องกับอารมณ์ร่วมของเค้านั้นเอง

 

กรณีศึกษา 3

มีผู้ใช้งาน Social Media ท่านหนึ่งแชร์รูป ตู้ไอศกรีมในร้าน Buffet ร้านหนึ่งที่มีการตักไอศกรีมไว้เป็นลูก ใส่ไว้ในถ้วนเรียบร้อยเรียงกันไว้ แล้วบรรยายว่า “นี้คือตัวอย่างร้าน Buffet ที่ดี”

มีคนร่วมกันแชร์ ไลค์กันเพราะอะไร?

  • เพราะเป็นปัญหาที่ผู้ทานต้องเจอ ทุกคนมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่ร้านทำเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ แก้ปัญหาได้จริง

เจาะลงมาในธุรกิจรับสร้างบ้าน เกิดอะไรบน Social Network บ้าง?

เมื่อพูดถึงธุรกิจรับสร้างบ้านแล้ว มาดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วว่าผู้บริโภคสนใจ พูดถึง และแชร์อะไรบ้าง

Facebook Group 

  • แบบบ้านหลังเล็กราคาไม่แพง คนในกลุ่ม 1.6 ล้านคน
  • แบบบ้านไม่เกินล้าน 920,000 คน
  • แบบบ้านมินิมอล 471,000 คน
  • แบบบ้านเพื่อคนสร้างบ้าน 500,000 คน

แสดงให้เห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่มาร่วมกันแชร์วิธีการสร้างบ้าน / แบบบ้าน ที่มูลค่าไม่แพงมาก สะท้อนถึงผู้บริโภคกลุ่มเริ่มทำงาน กำลังมองหาบ้านหลังแรกราคาไม่แพงมาก มาช่วยกันแบ่งปันจนเกิดเป็นคอมมูนิตี้

 

Youtube

เคยสังเกตุไหมว่า Youtuber หลายๆท่านชอบทำ Content Home Your พาชมบ้าน หรือ สร้างบ้านหลังละเท่าไหร่

ทำไมคนถึงอยากดูบ้านคนอื่น

  • เพราะ 1. เป็นแฟนคลับของ Youtuber ดังกล่าว  2. อยากรู้ว่าบ้านคนนี้หน้าตาเป็นไง มีห้องอะไรบ้าง ใช้เงินไปเท่าไหร่ 3. สร้างแรงบรรดาลใจให้ตัวเองอยากสร้างบ้านแบบนี้บ้าง

Tiktok

หนึ่งใน Social Media ที่กำลังมาแรงสุดๆ การเพิ่มจำนวนคนติดตาม คนสนใจ ทำได้ค่อนข้างง่าย ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 50% เสียเงินซื้อสินค้าจากโฆษณาหรือคอนเทนต์จาก Tiktok
ซึ่งการทำคอนเทนต์บน Tiktok จะถูกบังคับให้เป็น Vdo เท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องทำงานระดับโปรดักชั่นโฆษณาเลยด้วยซ้ำ หลายๆคลิปที่อยู่บน Tiktok ถ่ายทำด้วยวิธีง่ายๆ แต่มียอดคนเห็นและกดไลค์หลักแสนคนได้ง่ายๆ

เห็นช่องทางพาคนเข้าบ้านจากแต่ละช่องทางแล้ว อย่าลืม! หาวิธีให้เค้าตกลงสร้างบ้านกับเราด้วย

หลังจากที่ลงทุนทำคอนเทนต์และทำโฆษณาในช่องทางต่างๆเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาพบกับเราแล้ว Customer Journey มันไม่ได้จบแค่คนเข้ามา แต่ยังต้องไปต่อกับการหาวิธีให้เราสามารถติดต่อกลับ เสนองาน ปิดการขาย ไว้ด้วย

เช่นสามารถให้ลูกค้าลงทะเบียนให้ข้อมูลเพื่อให้ทีมขายติดต่อกลับได้ หรือ หาวิธีทำให้ลูกค้า Online เปลี่ยนสู่ Offline คือการเข้ามาคุยกันต่อหน้าให้ได้เร็วที่สุดด้วย

 

สรุปการตลาดที่ทำได้ในยุคนี้ และบ.รับสร้างบ้าน ตอบโจทย์แค่ 3 เรื่อง 

  1. คนที่ใช่ Right People 
  1. เวลาที่ใช่ Right Moment 
  1. การปฏิสัมพันธ์ที่ใช่ Right Engagement 

การเก็บ Data จะช่วยเราในการวิเคราะห์ หา 3 สิ่งที่ใช่เหล่านี้ได้ และนำไปสู่การวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งสำคัญคือการตลาดต้องวัดผลได้ 

Insert math as
Block
Inline
Additional settings
Formula color
Text color
#333333
Type math using LaTeX
Preview
\({}\)
Nothing to preview
Insert
X