แนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างเชิงเศรษฐกิจ กับ การใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อวงการก่อสร้าง

ในอนาคตปี 2050 จะมีประชากรทั่วโลกประมาณ 9 พันล้านคน และ 2.5พันล้านคนจะอาศัยอยู่ในเขตหัวเมืองต่างๆ และเพื่อรองรับการเติบโตของประชากรนั้น จำเป็นต้องสร้างสิ่งปลูกสร้าง 1,000 อาคารต่อวัน และมีการลงทุนรวมทั้งหมด ถึง 3.3ล้านล้าน ดอนล่าสหรัฐ ในโครงการ ถนน, พลังงาน, แหล่งน้ำ, การสื่อสาร,ขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ตั้งแต่ ตอนนนี้ ถึงปี 2030

จากสถิติที่คาดการณ์นั้นมีโอกาสในการทำธุรกิจก่อสร้างมากมาย แต่ในปัจจุบันนั้น เรายังไม่ได้นำเอาเทคโนโลยีอะไรมาพัฒนาเท่าที่ควร เปรียบเทียบได้จาก  รูปแบบการทำงานนั้น เมื่อ 100 ปีก่อน ใช้คนงานก่อสร้างอย่างไรก็ยังใช้อยู่แบบนั้น เหมือนกับอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งแตกต่างจากอุตสาหกรรมโรงงานเป็นอย่างมากที่มีเครื่องจักรมาทดแทนคน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้มีการพัฒนาในการออกแบบ และ เขียนแบบ จากในอดีต การจะออกแบบ หรือ เขียนแบบ ใช้โต๊ะเขียนแบบ และ ช่างชำนาญการเป็นจำนวนมาก มาสู่ในปัจุบัน มีการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย หรือที่คุ้นหูกันนั้นคือ CAD ย่อมาจาก Computer Aid Design ที่ทำให้เราสามารถเขียนแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วย หรือเขียนแบบด้วยมืออยู่ เช่น

  • เสียเวลาไปกับ การทำแบบก่อสร้างผิด ทำซ้ำ ทำใหม่
  • การทำแบบ รูปด้าน รูปตัด ที่ใช้เวลานาน
  • การถอดปริมาณงานที่ไม่แม่นยำ
  • โมเดล 3 มิติ กับ แบบ 2 มิติ ไม่มีความเชื่อมโยงกัน
  • การออกแบบและเอกสารของแต่ละฝ่าย ไม่ได้เป็นศูนย์กลาง

และที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนั้นเป็นเหตุผลแค่บางส่วนเท่านั้น ตอนนี้มีเทคโนโลยีกระบวนการทำงานแบบใหม่ ที่ชื่อว่า BIM (Building Information Modeling) ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ และแก้ปัญหาต่างๆ

 

BIMคืออะไร

BIM คือ กระบวนการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย โดยมีศูนย์กลางเป็นโมเดล 3 มิติที่อัดแน่นเต็มไปด้วยข้อมูล ที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันและใช้ข้อมูล 3 มิติในการสื่อสารให้เข้าใจกันได้มากยิ่งขึ้น

และนอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์อีกตัวนึงที่น่าสนใจ คือ  Autodesk Revit

 

Autodesk Revit คืออะไร

Autodesk Revit เป็น Software ในระบบ BIM ที่ช่วยในการออกแบบ วิเคราะห์ และทำแบบก่อสร้าง งานสถาปัตย์ โครงสร้าง และงานระบบ มี Function ช่วยให้การออกแบบ และ เขียนแบบง่ายขึ้น เช่น คำสั่ง wall สำหรับงานสถาปนิก วาดเป็นรูปกำแพงพร้อม บอกรายละเอียดของแต่ละ Layer ได้เลย พร้อมทั้งถอดปริมาณงานให้ด้วย  สำหรับงานของ วิศวกรโครงสร้างก็สามารถ สร้างโครงสร้างเสา คาน พื้นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือ โครงสร้างเหล็ก พร้อมทั้งถอดปริมาณงานแบบให้ได้เลย และงานระบบ ไฟฟ้า ประปา งานท่อ สามารถสร้างท่อได้เท่าขนาดจริง มีข้อต่อ ข้องอให้อัตโนมัติ

 

เรียกได้ว่า Autodesk Revit เหมาะกับทุกคนที่มีส่วนเตรียมในการก่อสร้างอาคาร และเมื่อได้ BIM Model จาก Revit แล้วนั้น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆ ด้านอีกด้วย เช่น นำไปพัฒนาต่อเป็น VR และ  AR, นำไปช่วยบริหาร และ ซ่อมบำรุงอาคาร (FM), นำไป Print เป็น 3D Model

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก AUTODESK

หากข้อมูลนี้ พอเป็นประโยชน์ รบกวนช่วยกันแชร์ให้เพื่อนๆ ในวงการก่อสร้างด้วยนะคะ…
พบกับบทความดี ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้ทันทุกความเคลื่อนไหวของวงการก่อสร้าง
อย่าลืมติดตาม BUILK ในช่องทางต่างๆ ไว้ด้วยนะคะ

About the author