Class Café ร้านที่ให้ได้มากกว่าการจิบกาแฟ

Class-Cafe
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด : 162


Class Café ร้านกาแฟสำหรับคนมีคลาสที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ยังมีจุดเด่นในการจัดร้านรูปแบบ Co-working Space เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่ต้องการพื้นที่ทำงาน หรือรวมกลุ่มเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

ในยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่ หันมาติดกระแส slow life นั่งจิบกาแฟชิวๆ พร้อมซึมซับบรรยากาศกลิ่นหอมของกาแฟในร้าน ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่าธุรกิจกาแฟ สามารถต่อยอดทำอะไรได้มากกว่านั้น

ประวัติร้าน Class Café

คลาสคาเฟ่ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท คลาส คอฟฟี่ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 8 ล้านบาท หลังจากได้รับเงินทุนจากกลุ่มนักลงทุน ในลักษณะ Venture Capital ผ่านการจับคู่ของ Shift Venture คลับจับคู่ธุรกิจ Startup กับนักลงทุน โดยเข้ามาถือหุ้นในบริษัท คลาส คอฟฟี่ ส่วนหนึ่ง พร้อมกับเงินลงทุนก้อนใหญ่เข้ามาในบริษัท เพื่อการขยายสาขาอย่างน้อยอีกเท่าตัว

มากกว่าการจิบกาแฟ คือการสร้างเครือข่ายที่ Class Café

“จุดเด่นของเรา นอกจากจะมีเมล็ดกาแฟคั่วเอง ที่เป็นสูตรเฉพาะแล้ว ก็จะมีพื้นที่ในส่วนของ Co-working Space เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งทำงาน และมาพบปะพูดคุยกันค่ะ” คุณศิริธร ทับหมื่นไวย หรือคุณปีใหม่ได้เล่าให้เราฟังในงาน รักเหมา Fest 2019 ว่าจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจที่ภาคอีสาน ซึ่งเปิดทำการกว่า 10 สาขาในจังหวัดโคราช และได้ขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงเช่น บุรีรัมย์ อุดรธานี หรือแม้แต่ขอนแก่น และมีการขยายสาขาเข้ามาในเขตกรุงเทพฯแล้ว 10 กว่าสาขา โดยโซนหลักมีสาขาอยู่ที่สยาม ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้มีความโดดเด่นก็คือเรื่องการเสิร์ฟกาแฟ โดยเมล็ดกาแฟนั้นเป็นเมล็ดบราซิลเลี่ยน คั่วกลาง ที่จะมีกลิ่นหอม รสชาตินุ่ม และยังมีเมล็ดกาแฟสูตรเฉพาะของทางร้าน Royal Blend เป็นสูตรที่ทางร้านคิดค้นขึ้นเองอีกด้วย

 

สร้าง Community กับพื้นที่ Co-working space ในร้าน Class café

ในส่วนของพื้นที่ Co-working space ลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการได้ตามสะดวก เพียงซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว แล้วหามุมที่ถูกใจ หากใครที่มาเป็นกลุ่มและต้องการใช้ห้องประชุม ก็สามารถเข้าไปดูตาราง ขอราคาและแจ้งจองห้องได้ในเพจ Facebook ที่ทางร้านทำการโปรโมทอยู่ นอกจากนี้แต่ละพื้นที่ก็จะมีการจัดรูปแบบร้านที่แตกต่างกันไปเพื่อสร้างความแปลกใหม่แก่กลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ทางคุณปีใหม่ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า เคยเจอกลุ่มลูกค้าที่เป็นเหมือนคนแปลกหน้า แต่กลับมานั่งจับกลุ่มคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียต่างๆ ซึ่งก็ตรงกับจุดมุ่งหมายของเราเอง ที่ต้องการให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในการนั่งจิบกาแฟไปพลาง และได้สร้างคอมมูนิตี้กลุ่มใหม่ไปพลาง

ดึงดูดลูกค้าด้วยกิจกรรมที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร

อย่างไรก็ดี ในตลาดที่ร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่มีเกลื่อนไปทั่ว ทางร้านก็ได้มีการทำการตลาดต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ โดยหลักๆเน้นการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเพจ Facebook และมีการทำโปรโมชั่นเสริมที่หน้าร้าน เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ในแต่ละช่วงเวลา สร้างความน่าสนใจให้แก่ลูกค้าอีกด้วย อีกทั้งยังมีการทำกิจกรรม CSR ต่างๆ เช่น การจัดกิจกรรมรับกาแฟฟรีสำหรับผู้ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การจัดกิจกรรมแจกกาแฟให้กับเหล่าคุณหมอที่ต้องอยู่เวรกะดึกในโรงพยาบาล ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็ทำให้สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจใครหลายๆคน และยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการขยายความเป็นแบรนด์ให้กลุ่มลูกค้าใหม่ได้รู้จัก

นอกจากนี้ทางผู้บริหารยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการสำรวจกลุ่มลูกค้า และพฤติกรรมของลูกค้า เช่นการนำ Heat Map มาใช้ดูสภาพในร้าน โดยมีตัวอย่างการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับโซนที่ลูกค้าไม่ได้ใช้งาน เมื่อทำการสำรวจและพบว่า โซนนั้นอาจมีอุณหภูมิจากแสงแดดที่ส่องเข้ามา ทำให้อากาศร้อนเกินไป เมื่อเจอสาเหตุแล้วก็จะทำให้เราสามารถแก้ไขได้ตรงจุด เช่นการทำม่านปิดกันแสงเพิ่ม ทำให้ลูกค้ากลับมานั่งในโซนนั้น และใช้สอยพื้นที่ในร้านอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ทางร้านก็ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสูตรกาแฟอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับการขยายสาขาเพื่อ เปิดโอกาสให้กลุ่มที่ต้องการพื้นที่ในการสร้างสรรค์ไอเดีย และนั่งทำงาน ได้มีพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบาย โดยหวังว่าพื้นที่เหล่านั้น จะสามารถก่อให้เกิดคอมมูนิตี้ที่สร้างสรรค์ และเป็นแหล่งองค์ความรู้สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนอนาคตให้ก้าวต่อไป

สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสอบถามได้ที่ Facebook Page : Class Cafe’

X