ก้าวข้ามหลุมพราง เรื่อง Digital Transformation สำหรับ SMEs - BUILK ประเทศไทย

ก้าวข้ามหลุมพราง เรื่อง Digital Transformation สำหรับ SMEs

หลุมพราง เรื่อง digital transformation สำหรับ SMEs

ในวันที่ “ปลาเล็ก” มักจะปลอบใจตัวเอง ส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า เฮ้ย! เรามันไม่ใช่แค่ปลาเล็ก นะเฟ้ย… เรามัน “ปลาเร็ว” ต่างหาก เพราะปลาเล็ก ชอบไปเข้าฟังงานสัมมนาธุรกิจ ที่เค้าสอนกันว่า “ยุคนี้ไม่ใช่ ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้วนะ ทุกคน… นี่มันยุคปลาเร็วกินปลาช้า” กลับมาออฟฟิศ นั่งกรุ้มกริ่มคิดไปเองว่า ไอ้ตัวเรานี่ขนาดก็ไม่ใหญ่ เทอะทะ เรามันน่าจะเป็นปลาเร็วกับเค้าหล่ะมั้ง?

 

เรื่องขนาดมันพอวัดกันได้ว่า ใครใหญ่ ใครเล็ก แต่เรื่องความเร็วเนี่ย มันดูกันไม่ออกง่ายๆ นะครับ ในยุค Digital Transformation ปลาใหญ่บางตัว นอกจากขนาดใหญ่แล้ว ยังเร็วมากๆ อีกด้วย อย่าคิดว่าปลาใหญ่ทุกตัวจะว่ายช้าเสมอไป ปลาเล็กที่หลงคิดว่าตัวเอง (น่าจะ) เร็ว นี่แหละ อยู่ยากจริงๆ …ฟังดูแปลกมั้ย ทำไมเล็กแล้ว ไม่เร็วหล่ะ?… แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าเร็วพอ ที่จะว่ายฝ่าสายน้ำแห่งการแข่งขันที่เชี่ยวกรากนี้ได้?

 

ผมมีโอกาสติดตามและร่วมอยู่ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรเข้าอยู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation ทั้งในองค์กรขนาดใหญ่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งเพื่อนๆ SMEs มากมาย ในวงการรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ วงการที่ใครๆ ก็ว่าคลื่นแห่ง Digitization มาถึงช้ากว่าวงการอื่นๆ มีทั้งองค์กรที่ผมเห็นว่าทำได้สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ปนๆ กัน ขออนุญาตบันทึกประเด็นสำคัญไว้เพื่อเป็นประโยชน์กับ เพื่อนๆ SMEs ท่านอื่นๆ

 

1. Digital Transformation ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจากคน โดยเฉพาะตัวผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ การนำองค์กรให้ก้าวผ่าน Digital Transformation ได้ ผู้บริหารต้องมี “ความเชื่อ” ใน “พลังของดิจิทัล” ในระดับที่สูงมาก ไม่ใช่เพียงคิดว่าน่าจะดี เห็นใครๆ เค้าก็ Transform กัน ฉันก็เอาด้วย สำหรับเจ้าของกิจการ SMEs เรื่องดิจิทัลอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่คุ้นเคย แตกต่างจากแนวทางทำธุรกิจเดิมๆ ที่เคยสร้างความสำเร็จมาได้ในทศววรษก่อนๆ แต่ถ้าคุณไม่เริ่มเปลี่ยนที่ตัวคุณเองก่อนแล้ว ไม่มีทางเลยที่องค์กรจะเปลี่ยนแปลงสำเร็จได้

 

2. โฟกัส โจทย์ยากของ SMEs ในวันที่ธุรกิจดั้งเดิมเริ่มเจอความท้าทาย ทีมงานและทรัพยากรก็มีจำกัด อยากจะทดลอง เรียนรู้ ปรับเปลี่ยนเข้าสู่การเป็นดิจิทัล แต่ก็ห่วงหน้าพะวงหลัง กลัวผิดพลาด มีเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้คิดเต็มไปหมด แล้วก็ไม่ได้เริ่มทำอะไรซักที ลองเปลี่ยนวิธีคิดเป็นการตั้งสมมติฐานในเรื่องสำคัญๆ และทดสอบมันทีละเรื่อง ด้วยกระบวนการดิจิทัล อาจจะได้ผลดีกว่า เช่นต้องการ Transform กระบวนการขาย หรือ เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ ทั้งนี้คุณต้องจัดทรัพยากร คน เงินลงทุน เครื่องมือ และวางกรอบระยะเวลา รวมถึงตั้งเป้าหมายให้กับโครงการนี้ด้วย

 

3. กระบวนการภายใน การทำ Digital Transformation ไม่ใช่การนำระบบ ERP, CRM, HRM หรือ e-commerce มาใช้เฉยๆ ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เหล่านี้ เป็นเครื่องมือช่วยรวบรวมข้อมูลจากภายในและภายนอกองค์กร มาทำให้เราตัดสินใจเท่านั้น ถ้าหากนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้เพิ่มคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้าได้นั่นคือประโยชน์ที่แท้จริงของกระบวนการนี้ เช่น การมีข้อมูลที่รวดเร็วจาก CRM ทำให้ ปรับแผนการขาย ทำ dynamic pricing ได้ในงานขายอสังหาริมทรัพย์ หรือ ระบบ ERP ที่ทำให้ทีมงานก่อสร้างเห็นต้นทุนและกำไรคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้กระบวนการภายใน กับ Tools มีนำมาใช้ มักจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่เสมอ จนผู้บริหาร SMEs หลายรายคิดว่า การหาคนมาเขียน customized ซอฟต์แวร์ให้เข้ากับกระบวนการภายในของตัวเอง คือคำตอบ คำแนะนำสั้นๆ สำหรับผมคือ ปรับกระบวนการภายในของคุณ ให้เข้ากับซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการ SaaS เหล่านี้ มีโอกาสสำเร็จมากกว่า เร็วกว่า และประหยัดต้นทุนกว่าแน่นอน

 

4. New Business Model เมื่อมีกระบวนการภายในที่มีประสิทธิภาพ เก็บข้อมูลได้มากขึ้น ประมวลผลข้อมูลได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอปิดงบรายเดือน ดูรายงานย้อนหลังจากแผนกต่างๆ ข้อมูลดิจิทัลจำนวนมากนี้ จะทำให้เกิดการตั้งคำถาม ที่นำไปสู่การนำเสนอคุณค่า (Value Proposition) แบบใหม่ๆ เห็นโอกาสที่จะนำไปสู่รูปแบบธุรกิจ (Business Model) ใหม่ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ต้องผ่านการ พัฒนาต้นแบบ วัดผลลัพธ์ เรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการ ซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อวงจรการพัฒนานี้ถูกคิดและทำแบบดิจิทัลแล้ว เราจะสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดยิ่งขึ้น ต้องขอบคุณโลกดิจิทัล รวมกับความเชื่อและความกล้าของคุณที่มาถึงจุดนี้

 

5. นิสัยใหม่ในแบบดิจิทัล ชีวิตประจำวันของเราทุกคน มีนิสัยดิจิทัลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ กับโลกสมาร์ทโฟน ยุคที่มีเรื่องแจ้งเตือนตลอดเวลา มีอะไรเด้งขึ้นมา ก็อยากเปิดดูและแอคชั่นกันมันแทบจะในทันที เพื่อจะไม่ตกขบวน พลาดเหตุการณ์สำคัญๆ สำหรับองค์กรยุคใหม่ ก็สามารถขับเคลื่อนได้ในความเร็วและการตื่นตัวระดับนี้เช่นกัน ข้อมูลจากระบบต่างๆ สามารถเรียกดู หรือแจ้งเตือน เหตุการณ์สำคัญๆ ของธุรกิจได้ตลอดเวลา ไม่ใช่การใช้ข้อมูลแบบตั้งรับเช่นสมัยก่อน ถึงเวลาประชุมค่อยพิมพ์รายงานออกมาดูทีนึง ข้อมูลที่มาช้าไปเพียงวันนึง อาจจะทำให้คุณตัดสินใจพลาดในช่วงเวลาสำคัญๆ ก็ได้ ผมเองก็บริหารธุรกิจแบบถูโทรศัพท์ ดูข้อมูลยอดขาย และตัวชี้วัดหลักๆ ขององค์กร อยู่ตลอดเวลา เมื่อผู้บริหารมีนิสัยใหม่แบบดิจิทัลแล้ว ก็จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ใช้เครื่องมือดิจิทัล กลายเป็นนิสัยใหม่ขององค์กรได้

 

คำว่า Digital Transformation อีกไม่นานก็อาจจะเลิกฮิต ตกกระแสไป พร้อมกับธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ที่ล้มหายตายจากไป แต่ mindset ของผู้ประกอบการที่คิดและทำแบบดิจิทัลจะยังคงอยู่ และกลายเป็นทักษะพื้นฐานของผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่จะบริหารและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล และพร้อมรับคลื่นการเปลี่ยนแปลงลูกถัดไปที่กำลังเข้ามา

 


บทความนี้เขียนจากประสบการณ์ การเป็นปลาเล็ก ที่พยายามฝึกหัดว่ายเร็วด้วยตัวเอง รวมกับประสบการณ์การพัฒนา Software-as-a-Service มากมายเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้ปลาเล็กตัวอื่นๆ ว่ายได้เร็วขึ้นในแบบของเค้าเอง

BUILK ONE GROUP

Pojjaman2 – ระบบ ERP บนคลาวด์เต็มรูปแบบ สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่
BUILK.COM – ระบบควบคุมต้นทุนออนไลน์ ใช้งานฟรี สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้าง SMEs
JUBILI by BUILK – ระบบบริหารงานขายและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ร้านวัสดุก่อสร้าง
PLOY by BUILK – ระบบบริหารงานขาย-สร้าง-โอน สำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์
KWANJAI by BUILK – ระบบบริหารงานแจ้งซ่อม และบริการหลังการขายสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์

จำนวนผู้อ่านทั้งหมด : 2,895 ครั้ง

Leave a Reply

X