Universal Design หลัง ยุคโควิด-19

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด : 0


Universal Design หลัง ยุคโควิด-19

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม ‘โควิด-19’ นี้ ทำให้พฤติกรรมเราเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องของการทำงานที่บ้าน (Work From Home) จากเดิมที่เราต้องเข้าออฟฟิศทุกวันทำงาน แต่กลับกลายต้องมาทำงานในบ้าน และ ‘การเว้นระยะห่างทางสังคม’ (Social Distancing) คือ การสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่น ๆ ในสังคม รวมถึงการลดการออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ซึ่งถือว่าเป็น ‘New Normal’ และอาจทำให้บ้านหรือที่อยู่อาศัยต้องออกแบบให้เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัยในอนาคต

การ Work From Home อาจทำให้เกิดโรค หรือ อาการผิดปกติ จริงหรือไม่?

หลายคนที่ทำงานที่บ้านติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากจะเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากรูปแบบการทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานต่อเนื่องแล้ว สิ่งที่หลายคนมีอาการคล้ายติดเชื้อ โควิด-19 นั่นคือ อาการปวดศีรษะ ระคายเคืองตา จมูก หรือลำคอ จาม มีน้ำมูก แต่ไม่มีไข้ หรือ บางคนอาจเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ ซึ่งอาการทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุของโรคตึกเป็นพิษ หรือ Sick Building Syndrome 
ทั้งนี้สาเหตุของโรคตึกเป็นพิษดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากการ Work From Home แต่เกิดจากออกแบบบ้านไม่ดีมาตั้งแต่แรก โดยมีสาเหตุจาก อากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในห้องที่ปิด ไม่เปิดให้เกิดการแลกเปลี่ยนของอากาศ ทำให้มีการหมุนเวียนกับอากาศภายในบ้านลดลง และ มีสารเคมีฟุ้งกระจายในบ้าน อาทิ สีทาอาคาร หรือวัสดุก่อสร้างบางชนิด น้ำยาทำความสะอาด ควันบุหรี่ เตาแก๊ส ไมโครเวฟ ควันจากการปรุงอาหาร เป็นต้น

แก้ปัญหาให้ตรงจุด !

วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ต้องเริ่มจาก โครงสร้างและการออกแบบบ้าน โดยการสร้างบ้านทุกหลังควรมีการออกแบบโครงสร้างหลักที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อการรับน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เช่น บ้านเอียง ดินทรุด ผนังร้าว รั่ว ซึม เป็นต้น และออกแบบให้มีจุดรับอากาศทุกห้องของบ้าน รอบบ้านมีต้นไม้เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจน และมีพื้นที่สำหรับการเดินเล่น ออกกำลังกาย จะช่วยให้คนในบ้านแข็งแรงขึ้น แม้จะมีพื้นที่น้อยก็ควรจัดให้มีพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำความสะอาดและจัดเก็บบ้าน รวมไปถึงวัสดุที่เลือกในควรเป็นวัสดุจากธรรมชาติ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ LEED : Leadership in Energy and Environment Design หรืออาคารเขียว  อาทิ สี GColor by Jorakay ที่ช่วยลดโลกร้อนโดยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างทา ปลอดภัย NON VOCs ไร้สารระเหยอินทรีย์และสารฟอร์มาลดีไฮด์ ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งอีกด้วย หรือผลิตภัณฑ์ของจระเข้ เช่น กาวซีเมนต์จระเข้เงิน กาวยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส กันซึมจระเข้ ซุปเปอร์ ชิลด์ เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่าสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและไม่มีสารระเหยเป็นพิษ NON VOCs จึงปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

Real Estate Developer ควรปรับทิศทางการทำงานอย่างไรบ้าง

1.Home automation for Social distancing

ทุกคนไม่สะดวกที่จะออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน จึงหันมาใช้ Online Platform ในการซื้อสินค้า ทำให้เกิดพัสดุจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ Developer ต้องจัดการ หรือ หานวัตกรรมเพื่อมารับรองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ Smart Locker, หุ่นยนต์ส่งพัสดุถึงห้อง เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องช่วยผู้อาศัยจัดการเรื่อง Food delivery โดยอาจมีการวางพื้นที่ที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้การอยู่อาศัย สะดวกสบาย มีสีสันมากขึ้น อาจมีนวัตกรรมอื่นๆ อาทิ ปลูกผักเพื่อบริโภคเองในคอนโด (Farmshelf) หรือ การใช้ Alexa ระบบผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant) ของ Amazon ที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียง เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก เป็นต้น

อ้างอิง แสนสิริ : หุ่นยนต์ Sandee รับส่งพัสดุ  และ Farmshelf ในโครงการ

2.Go Healthy and Wellness 

หลายโครงการ ชูจุดขายที่เน้น สุขภาพกาย-ใจ เป็นจุดขายหลัก อาทิ มีจุดเล่นโยคะส่วนตัวที่มีวิวสวน, คอนโดที่มีพื้นที่ออกกำลังกายส่วนตัว โดยมีอุปกรณ์กีฬาพื้นฐานเตรียมไว้ให้ เป็นต้น และสิ่งสำคัญแนวโน้มในอนาคตคอนโดประเภท Low rise  และบ้านเดี่ยว บ้านทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้คนต้องการมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และไม่ต้องการที่จะอยู่กับคนจำนวนมาก รวมไปถึงการต้องการพักอาศัยในอาคารเขียว (Green Building) มากยิ่งขึ้น โดยมีระบายอากาศได้ดี มีแสงสว่างที่เพียงพอ ประหยัดพลังงาน ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เรากลับไปสู่เรื่อง Go Nature มากขึ้น หรือ การใช้วัสดุอุปกรณ์ หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากธรรมชาติ เลี่ยงการใช้สิ่งของจากอุตสาหกรรม ที่เป็นแหล่งก่อให้เกิดสารเคมีในบ้าน

อ้างอิง  Westin Hotel & Resort

 

สิ่งที่ครอบครัวผู้สูงอายุจะต้องระวังเป็นพิเศษและควรออกแบบ Universal Design ให้เหมาะกับผู้อยู่

โดยปกติผู้สูงอายุมักมีภูมิต้านทานต่ำ และมักมีโรคประจำตัว หรือโรคเรื้อรัง (Chronic Care) เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำลายภูมิต้านทาน จึงไม่น่าแปลกใจว่าผู้ที่เป็นโรคเรื่องรังเช่นนี้อาจมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ดังนั้นบ้านในอนาคตพื้นที่ของผู้สูงอายุควรจะต้องใช้วัสดุประเภท Super Hygiene รวมไปถึงการออกแบบให้เหมาะกับกิจวัตรประจำวัน ได้แก่

1.มีความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Safety) โดยออกแบบให้มีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณบันไดและทางเข้า, มีสัญญาณฉุกเฉินที่ห้องน้ำ, เลือกใช้ประตูบานเลื่อนที่มีน้ำหนักเบา, พื้นกระเบื้องไม่ลื่น, เป็นต้น
2.สามารถเข้าถึงได้ง่าย (Accessibility) สิ่งของและเครื่องใช้ ระบบปิดตู้แบบ Soft Close, หลีกเลี่ยงการใช้เตาแก๊ส, ออกแบบให้วางทุกอย่างไม่สูงเกินไป สามารถหยิบใช้ได้ง่าย
3.ดูแลรักษาง่าย (Low maintenance) หากพื้นที่ควรจะมีขนาดที่เหมาะสม ถ้าเป็นหลังใหญ่ควรจะมีห้องที่ง่ายต่อการปิดเป็นส่วนๆ เพื่อความสะดวกสบายในการดูแล
4.สามารถสร้างแรงกระตุ้น (Stimulation) ควรออกแบบกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น ใช้สีกระตุ้นเตือนความจำ, จัดให้มีหน้าต่างบานลึก ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้

ฉะนั้นการออกแบบในอนาคต หลังการติดต่อของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 จึงสำคัญมากที่ต้องออกแบบและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผู้อยู่อาศัย เพื่อรองรับพฤติกรรมที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสุขภาพกาย-สุขภาพจิตที่ดีของคนในบ้าน

ขอบคุณบทความจาก บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จํากัด

ผู้ให้สัมภาษณ์

รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์
Center of Excellence in Universal  Design
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

X