การติดตั้ง แปเหล็ก ให้แข็งแรง และมั่นคง

การติดตั้ง แปเหล็ก ที่ถูกวืธี

ในงานก่อสร้างอาคารทั่วๆ ไป โดยเฉพาะบ้านพักอาศัย ในปัจจุบันเรียกได้ว่าแทบจะ 100% ใช้วัสดุที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กในการทำเป็นโครงสร้างหลัก (เสา คาน พื้น) แต่ในส่วนของโครงหลังคาจะใช้เหล็กเป็นหลัก (แปเหล็ก) โดยเฉพาะเหล็กประเภทที่เราเรียกว่า “เหล็กรีดเย็นขึ้นรูปเย็น (cold-rolled cold-formed structural steel)”

ซึ่งหน้าตัดเหล็กที่เราจะเห็นบ่อยๆ หรือเห็นเป็นปกตเลยก็คือ เหล็กหน้าตัดรูปตัวซี ไม่ว่าจะเป็นแบบมีเขี้ยว (light lip channel) หรือแบบไม่มีเขี้ยว (channel) เนื่องจากว่าเหล็กประเภทนี้บวกกับหน้าตัดลักษณะนี้มีความเหมาะสมทั้งในเรื่องของน้ำหนักของตัววัสดุเองที่เรียกได้ว่าเบาและสามารถรับน้ำหนักได้มากพอสมควร เนื่องจากเป็นเหล็กประเภทที่ผ่านกระบวนการรีดซ้ำ จึงทำให้คุณสมบัติทางกล (mechanical properties) เช่น กำลังรับแรงดึงที่จุดคราก หรือที่เราจะเรียกติดปากกันว่า strength นั้นสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ รวมถึงหน้าตัดเหล็กรูปตัวซีนี้ยังอำนวยให้สามารถทำงานได้ง่าย และการใช้งานในลักษณะของการวางเอียงๆ ยังเหมาะสมตามหลักการทางวิศวกรรมอีกด้วย

ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของการติดตั้งแปเหล็กให้ถูกต้องกันบ้าง ว่าควรจะติดตั้งอย่างไรจึงจะถูกต้อง โดยเฉพาะกับโครงสร้างอาคารในส่วนที่เป็นโครงหลังคาแล้วนั้น หลายครั้งเราจะได้ยินปัญหาคลาสสิคที่ว่า “ติดตั้งแปในทิศทางไหน จึงจะถูกต้อง?” คำว่าในทิศทางไหนในที่นี้หมายถึง ทิศทางของความลาดชันของโครงหลังคา (ในส่วนของจันทัน) เป็นหลัก

ยกตัวอย่างเช่น หากเราหันหน้าเข้าหาโครงหลังคาที่เป็นทรงจั่วแล้ว ความลาดชันของโครงหลังคาก็มี 2 ทิศทาง (เนื่องจากเราเอาจันทัน 2 ชิ้นมาต่อชนกัน) ดังนี้

1. จันทันทางด้านซ้าย ก็จะมีด้านที่ต่ำอยู่ด้านซ้ายและด้านที่สูงอยู่ทางขวา (น้ำฝนไหลจากขวาไปซ้าย แบบนี้ขอเรียกว่า “slope จากขวาไปซ้าย”

2. จันทันทางด้านขวา ก็จะมีทิศทางที่กลับกัน คือ “slope จากซ้ายไปขวา”

เมื่อทำความเข้าใจทิศทางของ slope ตรงกันแล้ว ก็ถึงทิศทางการวางแปที่ถูกต้องกันเสียที โดยทิศทางที่ถูกต้องนั้น ก็คือ “เราจะต้องทำการติดตั้งแปเหล็กรูปตัวซี ให้ด้านที่เป็นส่วนเปิดนั้นมีทิศทางสวนกับทิศทางของ slope เสมอ”

เนื่องจากว่า การวางในทิศทางนี้ แรงกระทำหรือน้ำหนักที่ถูกส่งถ่ายมาจากวัสดุมุงหลังคาก็จะเข้าใกล้หรือถ้าให้ดีที่สุดเลยก็คือ แรงวิ่งผ่านสิ่งที่เราเรียกว่า “shear center” ของหน้าตัด แต่หากใครไม่รู้จักตัว shear center นี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ ซึ่งหากจะให้อธิบายแบบง่ายๆ แล้ว มันก็คือ จุดที่เมื่อแรงกระทำไหลผ่านจุดๆ นั้นก็จะทำให้เหล็กไม่เกิดบิดตัวนั่นเอง

ดังนั้นแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า หากเราหันแปรูปตัวซีให้ถูกทิศทางแล้ว ก็จะทำให้แรงที่เกิดขึ้นนั้นมีระยะที่เข้าใกล้กับ shear center มากๆ เลยทีเดียว แต่ในกลับกันหากวางแปในทิศทางที่ผิดแล้ว ก็จะทำให้ระยะของแรงกับ shear center นั้นออกห่างกันอย่างมากเลย ซึ่งจะส่งผลให้แปเกิดการบิดและพลิกได้ง่ายขึ้น หรือพูดให้ชัดก็คือ โครงสร้างของเรานั้นมีความแข็งแรงที่น้อยลง

หากทราบกันอย่างนี้แล้วก็หวังว่า เจ้าของอาคารจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการก่อสร้างอาคารด้วยตัวเองได้ในระดับนึง ส่วนผู้รับเหมาก็หวังว่าจะสามารถทำงานได้ถูกต้องมากขึ้น ไม่ต้องถูกสั่งให้แก้ไขงานกันนะครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Google Analytic and Facebook Pixel

    เราได้มีการใช้งาน Google analytic และ Facebook Pixel เพื่อช่วยให้เราส่งมอบประสบการณ์การใช้งานของเว็บไซต์ได้อย่างดียิ่งขึ้น

Save