บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆให้ความรัก ความอบอุ่น เป็นศูนย์รวมของสมาชิกทุกคนในครอบครัว และเป็นที่ๆสร้างความสุขและความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัย
การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเราควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในชีวิตของเราดูสวยงาม เหมาะสมและลงตัวมากที่สุด

เทคนิคการเลือกสีทาบ้าน

1. พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน

สำหรับใครที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ เช่น สีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส ถ้าคิดว่ามันไม่น่าสนใจก็ใช้เทคนิคการตัดขอบ การใช้เพดานหรือเคลือบผนังด้วยสีที่กึ่งเงาจะทำให้ห้องดูสวยงามมากขึ้น แต่ถ้าต้องการให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่ ในกรณีที่บ้านดูกว้างเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มๆ เช่น สีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสีเข้มก็สามารถใช้กับพื้นที่ขนาดเล็กได้ เช่น สีเนวี บลู จะทำให้รู้สึกอบอุ่นไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด

2. สีทาบ้านสีกลางๆ อาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป

หลายคนคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆ ก็อาจทำให้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

3. เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของภายในบ้าน

การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆ ภายในบ้าน จะทำให้การตกแต่งบ้านดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็นและช่วงค่ำ

4. ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ

หลังจากตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายคนที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อให้เฉดสีออกมาแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย ถ้าสีออกมาเป็นไปตามที่คุณต้องการก็ซื้อได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ในการเลือกสีควรคำนึงถึงการใช้งานในระยะยาวด้วย เพราะเทรนด์ของสีมีความเปลี่ยนแปลงเสมอ โดยมีเทคนิค คือ เลือกสีโทนกลาง ๆ เช่น สีเทา เป็นสีอันเดอร์โทน แล้วค่อยเลือกสี ที่เป็นเทรนด์มาใช้ควบคู่ เช่น ฟ้าเทา ม่วงเทา หรือเขียวเทา เป็นต้น

 

 

ข่าวดี! YELLO มี LINE@ แล้วนะ

ห้ามพลาด! ลูกค้าที่ต้องการติดตามทุกเรื่องเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างหรือดีลพิเศษจาก YELLO วัสดุก่อสร้างออนไลน์
แอด LINE ตอนนี้ พบกับดีลและโปรโมชั่นดีๆที่เราคัดสรรมาเพื่อชาวก่อสร้างโดยเฉพาะ!

 

เครดิต : http://www.beger.co.th และ www.sanook.com

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กดที่เยลลี่เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE@ และ Messenger
สอบถามสินค้าผ่านทาง Facebook Messenger
สอบถามหรือสั่งซื้อผ่าน LINE@