ธุรกิจรับเหมา เราต้องพร้อม

เรื่องรับเหมาต้องเข้าใจ เตรียมพร้อมไว้มีชัยไปกว่าครึ่ง

               ธุรกิจหรือกิจการต่างๆ จะดำเนินไปด้วยดีนั้น ต้องมีการเตรียมพร้อมในทุกเรื่อง เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างใน ธุรกิจรับเหมา ก่อสร้างเองก็เช่นกัน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โอกาส และอุปสรรคต่างๆนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดกับการทำธุรกิจอยู่แล้ว ดังนั้นตัวธุรกิจเองก็ควรรู้ว่าตนนั้นมีจุดอ่อน จุดแข็งอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นในวงการได้อย่างยั่งยืน

               จึงควรมีการศึกษา รวบรวมข้อมูล ทั้งข้อดี ข้อด้อย โอกาส หรืออุปสรรคที่คาดว่าจะเกิดของกิจการไว้ เพื่อเตรียมช่องทางสำหรับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลดีต่อตัวธุรกิจมากที่สุด และลดโอกาสที่จะเกิดผลกระทบด้าานลบต่อตัวธุรกิจด้วยเช่นกันครับ

เริ่มไม่ยาก แต่ผ่านไปไม่ง่ายของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

             

จริงๆแล้วการเริ่มกิจการรับเหมาก่อสร้างไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า แค่มีความรู้จากที่ได้ศึกษาผ่านๆมาเท่านั้นนะครับ อย่างการรับเหมางานซ่อมแซมขนาดไม่ใหญ่มาก ก็คงใช้ความรู้ ทักษะความชำนาญเชิงช่างด้านต่างๆ  ง่ายๆก็คือมีประสบการณ์ในการทำที่ผ่านมา แต่การจะเป็นกิจการที่สมบูรณ์ได้นั้น ก็ควรเพิ่มความสามารถในการตีราคางาน การดูแลทีมงานเข้าไป ก็เริ่มต้นกิจการได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นข้อดีง่ายๆของธุรกิจนี้

               แต่ก็ไม่มีอะไรๆผ่านไปง่ายๆโดยจะปราศจากอุปสรรค ที่จะทำให้กลายเป็นข้อด้อยของแต่ละกิจการได้ อย่างกิจการรับเหมาก็สร้างที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก ก็ทำให้ใครก็สามารถเริ่มต้นได้ ดังนั้นการจะแข่งขันกับคนอื่นได้มันก็ขึ้นอยู่กับฝีมือดี ซึ่งช่างฝีมือดีมักจะหายาก คนหมุนเวียนที่ต้องการประสบการณ์จากอาชีพนี้ก็สูง และการบริหารจัดการธุรกิจก็สำคัญ เพราะต้นทุนมักอยู่กับค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง การรับเหมานั้นใช้ทุนหมุนเวียนสูง หากวางแผนบริหารไม่ดีอาจขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

ปัจจัยเบื้องต้นที่ต้องคำนึงถึงของธุรกิจก่อสร้าง

 

เลือกงานในแบบที่ถนัด : งานในแต่ละรูปแบบงานนั้นมีความแตกต่างกัน งานที่จะออกมาดีได้มักเป็นงานที่เคยทำมาอย่างเชี่ยวชาญแล้ว ผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญ หรือเป็นมืออาชีพมักเลือกงานในรูปแบบที่ตนถนัด เพราะมีประสบการณ์ด้านนั้นๆ ทำให้กระบวนการทำงานสามารถควบคุมต้นทุน แผนการทำงาน ความเสี่ยงที่จะเกิด และระยะเวลาในการทำงานได้ดี ซึ่งคนที่เชี่ยวชาญมักจะมีรูปแบบงานและระยะเวลาในการทำที่แตกต่างจากผู้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญอยู่แล้ว


เลือกลูกค้าบ้างก็ได้
: ไม่ใช่แค่ลูกค้าเลือกเราได้อย่างเดียว เราสามารถเป็นคนเลือกลูกค้าได้ด้วยเช่นกัน เพราะตัวผู้รับเหมาเองอาจมีโครงการอื่นๆที่ต้องรับผิดชอบที่กำหนดช่วงเวลางานไว้แล้ว หากลูกค้าที่เข้ามาต้องการงานที่ทำให้แผนงานอื่นเปลี่ยนก็ควรที่จะเลี่ยงไป เพราะถ้าเลือกทุกคน อยากได้งานเยอะๆ แล้วเราไม่สามารถบริหารโครงการทั้งหมดได้ดีพอ ควรประเมินความพร้อมของผู้รับเหมาเอง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่องานอื่นๆด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นเสียลูกค้าไปอีก


รักษาลูกค้า
: ยังไม่จบในส่วนของเรื่องลูกค้า แน่นอนครับ เพราะเค้าเป็นคนจ่ายเงินเราไงครับ ควรดูแลลูกค้าให้ดีจนกว่าจะจบโครงการ เพราะจะส่งผลให้เค้าไปบอกต่อเราให้คนอื่นได้ครับ ปกติแล้วลูกค้าเองมักจะมีเครือข่ายที่ทำธุรกิจประเภทเดียว หรือต้องการใช้บริการผู้รับเหมาเหมือนกันอยู่ และยิ่งกว่านั้นตัวลุกค้าเก่าผู้รับเหมาเองอาจทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นได้ เป็นโอกาสที่เราจะได้รับงานต่อเรื่อยๆ และนี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง คือ การบอกต่อ ที่จะทำให้เราเองได้ลูกค้ามากขึ้น และตัวลูกค้านั้นก็จะเป็นหนึ่งในคนรับประกันผลงานของเราให้คนอื่นๆรู้ได้อีก

 


ควบคุมงานให้มีความมืออาชีพ
: งานทุกงานมีเงินและเวลาเป็นหนึ่งในตัวกำหนดขอบเขต การทำงานให้ได้ตามขอบเขตนั้น เป็นมาตรฐานที่ผู้รับเหมาแต่ละเจ้าต้องมี ผู้ควบคุมงานต้องมีการวางแผน timeline โครงการให้ชัดเจน เพื่อให้งานสามารถทำออกมามีคุณภาพและส่งตามกำหนดเวลา ซึ่งถ้าสามารถส่งงานผู้ว่าจ้างหรือลูกค้าก่อนเวลาที่กำหนดได้จะเป็นเรื่องที่ดี และสร้างความประทับใจให้กับผู้ว่าจ้างได้

โดยระหว่างการก่อสร้างก็อาจมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น ที่ทำให้ผู้รับเหมาเองนั้นต้องแก้ปัญหาหน้างานเปลี่ยนแผนกระทันหัน หากทำให้งานจำเป็นต้องล่าช้า ควรมีการชี้แจงต่อผู้ว่าจ้างอย่างตรงไปตรงมา แล้วรับผิดชอบในส่วนที่เกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง  

การสื่อสารกับผู้ว่าจ้างก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ควรมีการสื่อสารกันอยู่เสมอ รายงานความเป็นไปของโครงการให้ผู้จ้างได้รับรู้ หากเกิดประหันกระทันหันขึ้น จะทำให้เป็นอีกเหตุผลที่ผู้ว่าจ้างเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะรับรู้เนื้องานอยู่ตลอด อาจสามารถยืดหยุ่นซึ่งกันและกันได้มากขึ้น และทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น


หาซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่ดี
: ซัพพลายเออร์มีให้เลือกมากมายก็จริง ไม่ใช่ว่าจะเลือกอะไร ใครก็ได้ หากมีสิทธิเลือกแล้ว เราควรเลือกคนที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดต้นทุนเราได้มาที่สุดเช่นกัน เพราะถ้าได้ซัพพลายเออร์ที่ดี เวลาสินค้าต้นทุนรับมาลดลงเค้าก็มักจะลดให้เราด้วยอยู่แล้วในฐานะคู่ค้า เราก็ไม่ต้องไปเสียเวลามาเปรียบเทียบราคาวัสดุหลายครั้ง และในเมือ่เรามีการซื้อขายเป็นประจำ เค้าก็มักให้ความยืดหยุ่นกับฝ่ายจัดซื้อเราเช่นกัน อย่างบางครั้งมีสินค้าที่ต้องกาสั่งซื้อด่วนหน้าไซต์งาน ตัวซัพพลายเออร์ก็อาจช่วยเหลือเราได้ในส่วนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆไป

 


มีแผนดีๆสำหรับการจัดซื้อ
: ตามปกติแล้วการซื้อของในปริมาณมากๆมักได้ราคาถูกลง แต่ของบางชนิดก็ใช่ว่าจะเก็บไว้ได้งาน เพราะสินค้าแต่ละชิ้นมีอายุการใช้งานของมัน เก็บไว้ได้ไม่นาน อาจเสื่อมสภาพลงหากไม่ใช้ ดังนั้นควรบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลกันระหว่าง ปริมาณ รอบเวลา และราคา ซึ่งต้องดูความต้องการการใช้งานของตลอดช่วงโครงการนั้นๆ จึงควรมีฝ่าย Supply Chain เพื่อบริหารงานจัดซื้อในส่วนนี้ เพราะในแต่ละฝ่ายจะมีจุดประสงค์ในการทำงานที่ต่างกัน เพื่อภาพรวมงานที่ออกมาดีที่สุด ส่วนใหญ่มักมีหน้าที่ประมาณดังต่อไปนี้

                        ไซต์งาน : เน้นของมาตามสเปค ตามวันและเวลาที่ต้องการ ไม่ค่อยสนใจเรื่องราคา
                        ฝ่ายจัดซื้อ : เน้นได้ราคาจะต้องถูก ทันตามเวลาที่ไซต์งานต้องการ บางครั้งเทียบราคาจนทำให้ของไปส่งที่ไซต์งานช้า
                        ซัพพลายเชน : จะประเมินภาพรวมของฝ่ายจัดซื้อ และไซต์งานทุกไซต์มาทำให้เห็นปริมาณวัสดุ และรอบเวลาที่ต้องการ
สั่งสินค้าทั้งหมด จะบริหารให้สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าเป็นปริมาณ
มากๆ แล้วกำหนดระยะเวลาในการจัดส่งตามที่ต้องการได้


มีเงินทุนหมุนเวียน
: ผู้รับเหมาโครงการใหญ่ๆ แน่นอนว่าจะพึ่งแต่เงินทดลองจ่าย ( Advance ) ไม่ได้ อาจเกิดปัญหาระหว่างการเบิกแต่ละงวด ที่อาจทำให้งานส่วนอื่นๆสะดุดอีก โดยทั่วไปกิจการรับเหมาก่อสร้างควรมีเงินทุนหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 20% ของมูลค่างาน เพราะบางครั้งมูลค่างานที่รับมาค่อนข้างมีมูลค่าสูง ถ้าจ่ายช้า หรือยังไม่มีเงินไปจ่ายค่าต่างๆ อย่างพวกค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงงาน ค่าอื่นๆ จะกระทบต่อตัวงานให้ล่าช้าขึ้นแน่นอน เรื่องทุนหมุนเวียนสำคัญมาก ควรมีการวางแผนล่วงหน้า และหมั่นตรวจสอบอยู่ตลอดๆ อย่าลืมนะว่าถ้ารายจ่าย รายรับ ไม่สอดคล้องกัน ทำให้กำไรหายได้นะครับ

 

 

ควบคุมต้นทุนก่อสร้าง : ด้วยพฤติกรรมผู้รับเหมาส่วนใหญ่ มักไม่สนใจที่จะติดตามเรื่องต้นทุนเท่าไหร่ เพราะมัวแต่สนใจเนื้อหาหน้างานเป็นหลัก นั้นแหละปัญหาที่เกิดครับ เพราะทำให้หลายๆครั้งพลาดไปหลายส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในโครงการ  ทั้งยังมักจะพึ่งข้อมูลจากฝ่ายบัญชี ซึ่งจริงๆแล้วนั้นข้อมูลมันไม่ละเอียดพอสำหรับการบริหารจัดการครับ

การมีฝ่ายบริหารจัดการโดยเฉพาะ จะทำให้โครงการรู้ต้นทุนและเห็นกำไรได้อย่างชัดเจนมากกว่า หรือไม่ก็ ไปเลือกหาตัวช่วยเข้ามาบริหารจัดการในส่วนนี้ อย่างเช่น BUILK โปรแกรมควบคุมต้นทุนก่อสร้างออนไลน์ เป็นโปรแกรมที่สามารถติดตามค่าใช้จ่ายได้ตลอดเวลา นำมาแบ่งหมวดค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้อง ประเมินต้นทุนตามหมวดงาน ช่วยให้ผู้รับเหมาบริหารงานให้เห็นกำไรได้มากขึ้น โปรแกรมที่สามารถเข้ามาช่วยบริหารงานในส่วนนี้ได้  (แทรกลิงค์)

 

พร้อมกว่าธุรกิจไปได้ไกลกว่า

นอกจากที่ผู้รับเหมาจะต้องมีทักษะช่างๆด้านต่างๆแล้ว ก็ควรเพิ่มทักษะในการบริหารจัดการเข้าไปด้วย เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมาขึ้นเองของผู้รับเหมาเอง วางแผนให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สร้างจุดแข็ง เสริมจุดอ่อนของตนเอง รู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะในสถานการณ์หนึ่งเกิดได้ทั้งโอกาสและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับว่าเราจะพลิกแพลงสถานการณ์ได้อย่างไร

               ไม่มีธุรกิจที่เติบโตอย่างราบรื่นโดยไร้อุปสรรคเข้ามาขวางครับ มันต่างที่ว่าใครจะเจอตอนไหนแค่นั้นแหละ สร้างความพร้อมให้ตัวเอง รู้ตัวเอง ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ช่วงชิงโอกาส แล้วผลักดันตัวเองให้ก้าวหน้าไปให้ได้ พี่ๆก็โตได้ไม่ยากแน่นอนครับ

 

ขอขอบคุณ : http://www.consmag.com/th/articles  และ https://www.boris.co.th/business-construction/

 

>สนใจอ่านบทความดีๆได้ >> ที่นี่
บิลค์โปรแกรม ควบคุมต้นทุนก่อสร้าง ที่ช่วยให้คุณทำงานอย่างเป็นระบบ


เรียนรู้เกี่ยวกับ บิลค์ โปรแกรมควบคุมต้นทุนสำหรับผู้รับเหมา ฟรี ! : https://www.builk.com/th/cost-control/

          

About the author