BUILK โชว์ Construction Tech ในงานสัมมนาใหญ่ สมาคมอสังหาฯ TREA TALKS REAL ESTATE 2017

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด : 0


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560 ที่ผ่าน บริษัท บิลค์ เอเชีย จำกัด นำทีมโดย คุณไผท ผดุงถิ่น CEO, Founder – Builk.com ได้เข้าร่วมงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สมาคมฯ จัดงานในรูปแบบ Creative Talks  โดยใช้ชื่อว่า “TREA TALKS Real Estate 2017 – Future Thailand: ประเทศไทย 4.0 ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ไม่ต้องทิ้ง ใครไว้ข้างหลัง”

ภายในงานเราได้พบกับทอล์คจากวิทยากรที่มีผลงานโดดเด่น ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยมีเนื้อหาแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลัก ดังนี้

1. Local Empowerment พลังของคนท้องถิ่นที่ลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับภูมิภาคของตน อาทิ เครือข่ายการพัฒนาเมือง ที่จะเริ่มต้นสร้างระบบขนส่งมวลชนและสาธารณูปโภค การพัฒนาเมืองสีเขียว โดยไม่รอภาครัฐอีกต่อไป

2. Thailand Disruption การนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจสมัยใหม่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาเมืองและการยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนให้สะดวกสบาย มีคุณภาพชีวิตที่ดี

3. Thailand’s Past Present and Future บทเรียนจากอดีตและบทบาทของธุรกิจต่อการพัฒนาเมือง ผ่านการแก้ปัญหาสังคม อาทิ ความยากจน บ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อย ธุรกิจเกื้อกูลชุมชมและนวัตกรรมในการพัฒนาเมืองเพื่อเกื้อกูลคนในสังคมอย่างยั่งยืน
และปิดท้ายด้วย Group TALK : อนาคตประเทศไทย ร่วมเสวนาโดย คุณปริญญ์ พานิชภักดิ์, คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย และ ดร.พันธ์ุอาจ ชัยรัตน์

คุณไผท ผดุงถิ่น ได้รับเกียรติให้มาร่วมเป็น Speakers ใน Session ที่ 2 : Thailand Disruption

สำหรับใครพลาดนี้ไป ไม่ต้องเสียใจนะคะ บิลค์ ทีม ได้สรุปเนื้อหาที่คุณไผท ได้บรรยายในวันงานมาฝากทุกคนจ้า ^^

เนื้อหาที่คุณไผทบรรยายในงาน “TREA TALKS Real Estate 2017 – Future Thailand: ประเทศไทย 4.0 ก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ไม่ต้องทิ้ง ใครไว้ข้างหลัง” มีดังนี้ค่ะ

 

8 YEARS FROM NOW | CONSTRUCTION TECH
A Day in a Life of Construction Business Owner

CONSTRUCTION TECH กับ ชีวิตของพวกเราในวงการ Construction และ Real Estate ชีวิตของผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือ ชีวิตของเจ้าของโครงการอสังหาฯ ในอีก 8 ปีข้างหน้า จะเป็นอย่างไร ?

วันนี้ทุก ๆ ท่านกำลังถูกถาโถมด้วยคำว่า Tech Start Up , Property Tech , Construction Tech , Urban Tech อะไรมากมาย ผมว่าเราเริ่มที่จากการทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าคำต่าง ๆ ที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่นี้มันคืออะไร

Property Tech คือเรื่องที่นักที่พัฒนาอสังหาฯ ส่วนใหญ่ก็กำลังมองอยู่แล้วแหล่ะว่า มันจะเข้ามามีส่วนร่วมกับงานของเราได้อย่างไรบ้าง ทำอย่างไรให้ลูกบ้านของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราพูดคำว่า Smart Home กันมา 2-3 ปีแล้ว โครงการอสังหาฯหลาย ๆ โครงการก็จะเริ่ม Smart อย่างนั้น Smart อย่างนี้ มีวิธีการทำการตลาด Digital ที่ Advance ขึ้นเรื่อยๆ นี่ก็คือ Property Tech ที่เรารู้กันดี

อีกกลุ่มนึงก็คือ Smart Cities Tech เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Smart Cities มันอาจจะอยู่นอกเหนือจากบ้านของเรา ไปอยู่ในเมืองของเรา ไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น

อีกหนึ่งวงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไหร่ นั่นก็คือ Construction Tech คือ คนที่จะส่งมอบ Project ต่าง ๆ ไปให้เจ้าของโครงการอสังหาฯ หรือว่าสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ให้กับเมืองได้ เราพูดถึงคนที่ทำ Project Delivery นักสร้าง คนก่อสร้าง

เทคโนโลยีตรงนี้คือสิ่งที่ผมกำลังจะพูดในวันนี้ เป็นเรื่องของ Construction Tech เป็นหลัก แต่ภาพรวม ๆ เมื่อเราพูดถึง Property Tech , Smart Cities Tech , Construction Tech 3 วงนี้ รวมกัน จึงเรียกว่า “Urban Tech”

Urban Tech

Urban Tech คือ เทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของคนในเมืองทั้งหมดเลย ไม่ใช่แค่บ้าน ไม่ใช่แค่การเดินทาง มันคือเทคโนโลยีที่มีผลกับ Built Environment สภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่เราอยู่กันในเมืองแบบนี้

Urban Tech เกี่ยวข้องกับใครบ้าง ?

Urban Tech มันมีความเกี่ยวข้องกับ Real Estate Developer , Architect / Engineer , Contractor , Home Builder , Building Material , Municipal Government , Transportation , Public Safety , Education , Healthcare นี่คือภาพรวมของคำ Urban Tech ครับ มันไม่ใช่แค่ใครเป็นเจ้าภาพคนใดคนนึงได้ ทั้งหมดมันต้องการจะทำให้ชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข และก็ยั่งยืน

แต่วันนี้ผมจะมาพูดในเรื่องของ Construction Tech หนึ่งในลูกเมียน้อยที่ไม่ค่อยมีใครเขาพูดถึง (หัวเราะ)

Construction Tech

Construction Tech เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่สร้างและส่งมอบงานก่อสร้าง ปกติเรื่อง Construction จะพูดถึงเรื่อง 3 เรื่อง เราพูดเรื่องของ เวลา (TIME) , ต้นทุน (COST) และ คุณภาพ (QUALITY) เราพูดเรื่องการส่งมอบโครงการให้ตรงต่อเวลา เราส่งมอบโครงการที่อยู่ในงบประมาณให้ได้ แล้วก็อยู่ในคุณภาพตามที่กำหนดไว้ แต่หลายท่านก็คงจะเคยได้ยินกันอยู่นะครับ ว่าโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่ของประเทศไทย 80% ของโครงการพวกนี้ดีเลย์นะครับ ไม่ค่อยมีโครงการไหนเสร็จตรงเวลาหรอก แล้วส่วนใหญ่อีกต่างหากโครงการทุกโครงการแทบจะเกินงบประมาณ ตัวเลขเฉลี่ยของการเกินงบประมาณประมาณสัก 20% นั่นคือเรื่องปกติของวงการก่อสร้าง ที่เราเจอกันมาจนชาชิน… มันจะได้เป็นแบบนี้มาตลอด และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ หรือ?

เราควรแก้ปัญหานี้… โดยใช้เทคโนโลยี

ผมอยากจะชวนคุณมองย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วก่อน ก่อนที่เราจะมองไปในอีก 8 ปีข้างหน้า

8 ปีที่แล้ว (ปี 2009)

ผมจำได้ว่าปี 2009 คือ ปีแรกที่ผมเริ่มใช้ Smart Phone บางคนอาจจะเริ่มใช้ก่อนผมอีก ประมาณปี 2009 นี่แหล่ะครับ ที่หลายๆ คนเริ่มแลกพิน BB กัน ผมซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของผม เป็น Nokia ครับ แล้วสุดท้ายก็เปลี่ยนเป็น BB ในปี 2011

ย้อนไปเมื่อปี 2009 (8 ปีที่แล้ว) ชีวิตเรายังไม่ได้มี LINE คุยกันเหมือนทุกวันขนาดนี้ เรายังไม่ได้เห็นรูปอัพเดตจากหน้างานเมื่อเช้าส่งมาให้คุณดูตอนนี้ เรายังมีส่ง SMS หากันบ้างครั้งละ 3 บาท สมัยนั้นผมโทรศัพท์ยังใช้ EDGE (2G) อยู่เลย ผมจำได้ว่าโทรศัพท์ของเราจะมีเทคโนโลยีชื่อ GPRS กับ EDGE แล้วก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ต่ออินเตอร์เน็ท ติดๆ ดับๆ ช้าๆ นั่นมันเมื่อ 8 ปีที่แล้วเอง …มันฟังดูเหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นานนะครับ

 

แต่ปัจจุบันนี้ ปี 2017

ชีวิตเราอยู่ในยุค 4G มี Application เต็มไปหมด ทุกคนใช้ Smart Phone กันหมดแล้ว ราคาถูกลงเหลือแค่หลักพัน ไม่ต้องสงสัยเลยไม่ใช่แค่เจ้าของธุรกิจก่อสร้างทุก ๆ ท่านนะครับ โฟร์แมนของท่าน คนงานก่อสร้าง คนงานต่างด้าวที่ไซต์ยังใช้ Smart Phone เลยครับ เขายังใช้ Line คุยกันกับเพื่อนที่อยู่ที่ประเทศเขาได้ ชีวิตพวกเราใน 8 ปีนี้ เปลี่ยนไปเยอะมาก

แต่ว่าในวงการก่อสร้างก็ยังมีปัญหาเดิม ๆ อยู่ ปัญหาที่สุดจะคลาสสิคเลยที่เรายังมีอยู่ (TIME / COST / QUALITY) ต่อให้คุณมี Application ใน Smart Phone มากมาย แต่กลับไม่ได้ช่วยให้วงการก่อสร้างดีขึ้นมากนัก

ลองมองดูความจริง วันหนึ่งๆ มี App เป็นหมื่น ๆ เกิดขึ้นมาใหม่ แต่เราก็ไม่ได้ใช้งานแบบจริงจัง ในโทรศัพท์ของพวกเราทุกคนมี Application เกิน 20 App ที่เราไม่เคยเปิดอีก เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่หน้าไหน มีหลาย ๆ คนพยายามคิดว่า Construction Tech คือการทำ App และ App คือคำตอบของทุก ๆ อย่างได้

จริงๆ แล้วมันไม่ใช่นะครับ Technology ที่ดี ต้องใช้งานได้จริง มันจึงเกิดจากการเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคมากกว่า วันนี้ผมเปิด Application ไม่เกิน 5-6 App ผมเปิด Facebook , Google , Line ก็มีแค่นั้นแหล่ะครับ ชีวิตเราไม่ได้เปิดอะไรมากกว่าไปกว่านี้หรอก ทุกปัญหาอาจจะไม่ถูกแก้ด้วย Application เสมอไป ปัญหาในวงการก่อสร้าง จึงยังมีอยู่ถึงทุกวันนี้ คือ ปัญหาเรื่องความไร้ประสิทธิภาพ (Inefficiency) และ ปัญหาเรื่องความเสี่ยง (High Risk)

ความไร้ประสิทธิภาพ (Inefficiency)

ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ เป็นร้านขายวัสดุก่อสร้าง เป็นโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้าง ทุกคนมีความไร้ประสิทธิภาพหมด แล้วมันทำให้เป็นต้นทุนที่พวกเราต้องแบกรับมันอยู่อย่างนี้แหล่ะครับ เพราะเราทำงานกันแบบไร้ประสิทธิภาพ ทั้งในองค์กรของเรา และการประสานงานกันระหว่างองค์กร …เราเริ่มจากการยอมรับก่อนแล้วกัน

ความเสี่ยง (High Risk)

นอกจากนี้เรายังยังมี ความเสี่ยง (High Risk) ทุกครั้งที่เราทำโครงการ มีความเสี่ยงตลอดเวลานะครับ ทำบ้านแล้วขายไม่ได้ ดึงเงินผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็ไปจ่ายเงินซัพพลายเออร์ช้าอีก ซัพพลายเออร์ก็ไปจ่ายเงินโรงงานช้าอีก เวลามันล้มที่ มันล้มทั้ง Chain นี่กำลังจำครบ 20 ปีที่เรื่องวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง Risk มันตามหลอกหลอนพวกเรามา แล้วก็ทำให้เราตั้งกำแพงสูงขึ้นเรื่อย ๆ

Disrupt or Be Disrupted

เราพูดถึงเทคโนโลยีหรือว่าคนใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แล้วก็มาเปลี่ยนแปลง มาทำลายล้าง มาเป็นตัวปั่นป่วนในทุก ๆ วงการ

วงการก่อสร้างคงหนีไม่พ้นเหมือนกันครับ เราอยู่ในวงการ 2 วงการครับ Real Estate นี่ยังดีนะครับ ยังอยู่กลางตาราง สีเขียว ๆ นี่คืออุตสาหกรรมที่ถูกเทคโนโลยี Digitized ไปหมดแล้ว เช่น อุตสาหกรรมการเงิน เขาเรียกว่า Fin Tech , อุตสาหกรรมเรื่องการค้าปลีก , อุตสาหกรรมเรื่องไอซีที มีเดีย ต่าง ๆ ที่ Digital Technology เปลี่ยนพวกนี้ไปหมดแล้ว พวกเราอยู่ใน Real Estate นะครับ อยู่กลางตาราง มันกำลังเปลี่ยนแล้ว วันนี้เราจะตื่นเต้นกับเรื่องบางเรื่อง เช่น Digital Marketing บางล่ะ เราเริ่มจะจองคอนโดผ่านออนไลน์ได้บ้างล่ะ แต่มันก็ยังไม่เยอะนะครับ เพราะอยู่กลางตาราง

แต่เลวร้ายกว่านั้นอีกครับ Construction อยู่ท้ายตารางเลย คนที่จะ Deliver โครงการให้คุณจะไปขายต่อ มันเป็นคนท้ายตารางสุดเลย มันเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีน้อยที่สุดแล้ว น้อยกว่านี้ก็เหลือแค่การเกษตรแล้วล่ะครับ

แต่มันไม่ได้แปลว่า มันจะต้องเป็นแบบนี้นะ Construction ไม่จำเป็นต้องเป็นอุตสาหกรรมไดโนเสาร์แบบนี้ไปตลอด ผมเชื่อว่าวันนี้ เราเห็น Wave ที่ถูกเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้าเรา เราเห็น Wave ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ นั่นก็คือสีเหลือง และ Construction ถึงแม้จะอยู่ในสีแดง แต่ก็กำลังจะเปลี่ยนแปลง

 

วันนี้เราอยู่ในจุดที่มีความพร้อมหลาย ๆ เรื่อง แล้วมีปัจจัยหลายเรื่องที่มากระทบกับเรา เราอยู่ในยุค Aging Workers คนงานก่อสร้างก็หายากมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็แก่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็คนงานต่างด้าวเขากลับประเทศไปพัฒนาประเทศเขาหมดแล้ว Aging Workers ไม่ใช่เป็นปัญหาแค่ในประเทศไทย วงการก่อสร้างทั่วโลกมีปัญหาเหมือนกันหมด ไม่มีใครอยากทำงานที่ สกปรก เสี่ยง แล้วก็อันตรายแบบนี้หรอกครับ ถ้าเลือกได้ จากเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำ เขาทำอาชีพอื่นไม่ดีกว่าหรอ ทำไมต้องมาอยู่ไซต์ก่อสร้าง

ปัจจัยที่สอง ที่มีผลกระทบต่อพวกเรานั่นก็คือเรื่อง ความยั่งยืน และสภาพแวดล้อม วันนี้เรากำลังใช้ต้นทุนของโลกมากเกินไปแล้ว เราอยากจะเห็น Real Estate Developer หรือ Contractor หยุดคิด ว่าเราจะอยู่กับโลกนี้ได้อย่างไรต่อไปได้นาน ๆ ขึ้น Sustainability และ Green Construction

แล้วปัจจัยสุดท้ายที่ใกล้ตัวมากๆ เลย วันนี้ Technology Cost มันถูกลงจนแบบที่คุณคิดไม่ถึง จากที่เมื่อก่อนมันไม่ได้มี  Option มากนัก Smart Phone เป็นสิ่งที่มีราคาแพง วันนี้ Smart Phone เริ่มที่ 1,900 บาท ใคร ๆ ก็ซื้อ Smart Phone ได้ Internet ถูกมาก ๆ Internet  เร็วขึ้น 2 เท่า และถูกลง 2 เท่า ทุกๆ ปี แล้วมันก็จะถูกลงไปมากกว่านี้อีกครับ Sensor ที่คุณติดไว้ตามไซต์งาน แต่ก่อนราคาตัวละ 20,000 บาท วันนี้เหลือราคาตัวละ 500 บาทคุณก็สามารถเก็บข้อมูลได้มากมายแล้ว

ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือปัจจัยขับเคลื่อน (Drives) ที่ทำให้ Construction Tech มันถึงเวลาแล้วครับ ถึงเวลาที่จะต้องเข้าถึงยุคนี้แล้วจริง ๆ

ลองจิตนาการตัวเองในอีก 8 ปีข้างหน้านะครับ นั่นก็คือ ปี 2025

ลองจิตนาการว่าคุณเป็นผู้รับเหมานะครับ เวลา 9 โมงเช้า คุณตื่นมากำลังจะไปทำงานมี Massage Alert ขึ้นมาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของคุณบอกว่า วันนี้มีชิ้นส่วน Precast 42 ชิ้น มาถึงที่หน้างานแล้ว มีคุณมนตรีเซ็นรับทางโทรศัพท์มือถือไปเรียบร้อยแล้ว

 

10.00 น. คุณจะเริ่มทำ Video Conference กับผู้ออกแบบ ในวันที่เราไม่ต้องคุยแบบกับบนกระดาษ A2 แล้ว เราจะคุยกันบน BIM หรือ Building Information Modelling วันนี้โครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ กำลังเริ่มใช้ BIM กันแล้ว อีก 8 ปีข้างหน้า BIM จะกลายเป็นเรื่องพื้นฐานแน่นอน มันคือภาษากลางของการก่อสร้าง คุณเริ่ม Video Conference กับ Designer กับ Consultant ของคุณผ่าน BIM คุยเรื่อง Clash Detection แบบที่ Designer งานสถาปัตย์ออกแบบมา แล้วทำไมมันไปชนกับงานระบบ เคลียร์กันบนแบบเสมือนจริงออนไลน์ ก่อนเริ่มลงมือก่อสร้าง

ในขณะเดียวกัน มีใบสั่งซื้อ (PO) 8 ใบ แจ้งเตือนขึ้นมารอให้คุณเข้าไปกดอนุมัติผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ต้องขับรถไปเซ็นต์เอกสารที่ออฟฟิศแล้ว ไม่ต้องเปิดแฟ้ม ตรวจเอกสารแล้ว ทุกอย่างอยู่บน Digital หมดแล้ว

 

11.30 น. คุณต้องเซ็นต์สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ Smart Contract
สัญญาจ้างยุคถัดไป หรือ Smart Contract โดยเทคโนโลยี BlockChain และ Ethereum เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิตอลชื่อดังอย่าง Bitcoin ที่เรียกว่า BlockChain Technology จะเป็นตัวกลางที่ทำให้สัญญาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ ปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะจ้าง Subcontractor หรือว่าสัญญาที่คุณรับงานจากลูกค้า กำลังจะเปลี่ยนไปเป็น Smart Contract ไม่ต้องเซ็นต์เอกสารเป็นตั้งๆ ประทับตราทุกหน้า แล้วหาที่เก็บแฟ้มสัญญาจ้างอีกต่อไป

 

12.00 น. พักเที่ยง ก็เป็นช่วงเวลาหา networking หางานใหม่ กินข้าวกับลูกค้า ที่ติดต่อมาหาผมผ่านออนไลน์ ผมคิดว่าถ้าเป็นผู้รับเหมาในอีก 8 ปีข้างหน้า ผมอยากจะพาลูกค้าไปดูโครงการที่ผมทำเสร็จแล้ว ในระหว่างทานอาหารกลาวันด้วย VR Tour 360 องศา

 

13.30 น. มี Drone มาบินอยู่บนไซ์งานของผม แต่ผมไม่ต้องซื้อหรือเป็นเจ้าของ Drone แล้วนะครับ คุณสามารถที่จะเช่า Drone มาบินที่ไซต์งานของคุณ เพื่อที่จะดูและทำ Progress Report บริการแบบนี้เริ่มมีแล้วนะครับ เราไม่จำเป็นที่ต้องเป็นเจ้าของ Asset เอง ทุกอย่างมัน Share กันได้ ที่เรียกกันว่า Sharing Economy

หลังจากนั้นเราก็มี Video Call กับไซต์งานอื่น ๆ ของคุณ ไม่ว่าใครจะอยู่ไซต์ไหนก็ไม่ต้องวิ่งไปเยี่ยมไซต์แล้ว ถ้าคุณมีหน้างานพร้อมกัน 5-10 ไซต์ คุณก็เรียกประชุมพร้อมกันได้หมด ไม่ต้องขับรถฝ่ารถติดไปดูทุกหน้างาน

15.30 น. มีลูกค้าอยากให้คุณไปซ่อมงาน มี Warranty Service โครงการคอนโดที่คุณไปสร้างเอาไว้เสร็จแล้ว ลูกค้าอยู่ไปสักพักนึงน้ำรั่ว และอยู่ดี ๆ มันก็มีงานแทรกเข้ามา ชีวิตผู้รับเหมาอย่างพวกเราไม่สามารถวางแผนอะไรได้ แต่ผมเชื่อว่าในอีก 8 ปีข้างหน้าเมื่อระบบมันเชื่อมโยงกัน เราจะเริ่มวางแผนได้ครับ ว่าคุณจะต้องส่งทีมไหนออกไปเก็บงานที่คอนโดนั่นได้บ้าง

ตอนบ่ายมีเวลาเหลือ ก็มาดูสิว่ามีเครื่องจักรอะไรที่ไม่ได้ใช้แล้ว แล้วเอาไปปล่อยให้เช่าหารายได้ ในอนาคต เราสามารถหาเครื่องจักรก่อสร้างที่อยู่ในพื้นที่ เช่าใช้งานได้ เพราะระบบ Smart Equipment ทำให้เครื่องจักรก่อสร้างๆ ต่างๆ ฉลาดขึ้น

 

17.00 น. เรามา Review ผลประกอบการและสถานะการเงินของธุรกิจก่อสร้างเราวันนี้ ว่าเป็นอย่างไร เราจ่ายเงินอะไรไปบ้าง กำไรแต่ละโครงการเท่าไหร่ แล้วก็ Approve Payment บนโทรศัพท์ของคุณได้

 

18.00 น. ผมคิดว่าถ้างานมันชิวๆ ขนาดนี้ คุณก็นั่งรถไฟความเร็วสูงไปดูคอนเสิร์ตครบรอบ 25 ปี BODYSLAM ที่เขาใหญ่ ตอน 19.30 น. ได้สบายๆ

 

ผมมองว่ามันนี่มันเป็นความฝันที่พอเป็นไปได้ แต่จะช้าเร็วขนาดไหนเท่านั้นเอง

แต่ใน 8 ปีข้างหน้ามันก็ยังมีความท้าทายอยู่ มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่อาจจะทำให้มันไม่เกิดอย่างนั้น ผมลองมามองว่าอะไรที่จะเป็นอุปสรรคของพวกเรา ที่จะไม่ได้ใช้ชีวิตที่สวยงามแบบนี้ในอีก 8 ปีข้างหน้า

1. Fixed MindSet

เพราะวิธีคิดนี่แหละครับ เพราะ MindSet ของพวกเรา เราเชื่อว่าเราอยู่ในวงการก่อสร้าง วงการที่ทุกอย่างมันเป็นอิฐ หิน ปูน ทราย มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก คุณสร้างคอนโด 30 ชั้น มันก็ต้องใช้เวลา 30 เดือนเท่านั้น คุณไม่เคยมีความคิดท้าทายตัวเอง เราจะเปลี่ยนวิธียังไง จาก 30 เดือน เหลือ 20 เดือนได้ไหม หรือจะเหลือแค่ 15 เดือนได้หรือไหม โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าเทคโนโลยีมันสอนให้เราทำงานได้เร็วขึ้น Construction ก็เหมือนกัน มันสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ เริ่มจากการเปลี่ยน MindSet ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

2. Traditional Silos / Less Collaboration

ผมเชื่อว่าองค์กรของพวกเรา แต่ก่อนทำงานเป็น Traditional Silos ของใครของมัน เจ้าของโครงการอสังหาฯ ก็เป็นผู้ว่าจ้างผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็เป็นผู้จ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์และผู้ผลิต แต่ก่อนมันทำของใครของมัน ไม่มีความเชื่อมโยง แล้วคุณอยากจะเร่งอะไรก็แล้วแต่ ข้อมูลไม่เคยเชื่อมโยงกัน คุณก็เร่งอะไรไม่ได้ ปรับปรุงประสิทธิภาพไม่ได้ แต่ถ้าเราล้มกระดานใหม่ เปลี่ยนวิธีการทำงานร่วมกัน ไม่มีใครเป็นลูกพี่ใคร ไม่มีใครเป็นนายใครโดยตรง ทั้งหมดจะรวมกันเรียกว่า “Project Alliance” Real Estate Developer หลายๆ ราย ที่ปรับวิธีการคิดมาทำงานเป็นแบบ Project Alliance คุณจะเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น สามารถที่จะส่งมอบโครงการคุณภาพดี ราคาประหยัด ภายในเวลาอันรวดเร็วได้แน่นอน

3. Legal Framework

ผมเชื่อว่าวันนี้ Building Codes หรือว่ามาตรฐาน หรือว่ากฎหมายอะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็นข้อจำกัดทำให้วงการก่อสร้างของเราไม่ได้พัฒนามากเท่าที่ควร ถ้ามันมีการทบทวนอยู่ตลอดเวลา มีการศึกษา/ทดลอง Material ใหม่ ๆ หรือว่ากระบวนการออกแบบใหม่ ๆ ผมเชื่อว่าเราน่าจะพัฒนาวงการได้มากขึ้น

สุดท้ายแล้ว ผมมองว่า วงการก่อสร้างของเราต้องการที่จะดึงดูดคนเก่งๆ (Attract Talents) รุ่นใหม่ ๆ ให้เข้ามาทำงานวงการก่อสร้างมากขึ้น มันเป็นวงการที่ดูเชยนะครับ เด็กจบใหม่มา ไม่อยากทำงานสายก่อสร้างกันแล้ววันนี้ อยากไปทำงานอยู่ Finance อยากจะไปเล่นหุ้นแล้วรวยเอาง่ายกว่า ทำไมต้องมาตากแดด คุมงานก่อสร้าง สกปรกๆ ร้อนๆ เสี่ยงๆ ด้วย ถ้าเรายังปล่อยให้วงการเราเป็นอย่างนี้อยู่ วงการของเรามันจะไม่น่ามาทำงานด้วยนะครับ เราควรจะปูอนาคตให้กับวงการก่อสร้างของเรา เป็นวงการที่น่าทำงาน พัฒนาอยู่ตลอดเวลา ใช้เทคโนโลยีสมัยสมัย และ Attract ให้คนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาทำงานกับเรามากขึ้น

สุดท้ายนะครับไม่ว่า 8 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร คุณมองตัวเองนะครับ ว่าคุณจะอยู่แบบไหน ในอีก 8 ปีข้างหน้า แล้วคุณก็เริ่มออกแบบอนาคตของคุณเอง

ดาวน์โหลด Slide : 8YFN – Construction Tech & A Day in A Life of Construction Business Owner

หากข้อมูลนี้ พอเป็นประโยชน์ รบกวนช่วยกันแชร์ให้เพื่อนๆ ในวงการก่อสร้างด้วยค่ะ… พบกับกิจกรรมดี ๆ สำหรับคนในวงการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจก่อสร้าง รู้ทันทุกความเคลื่อนไหวเรื่องต้นทุน อย่าลืมติดตาม BUILK ในช่องทางต่างๆ ไว้ด้วยนะคะ

Leave a Reply

X