วางแผนต้นทุนงานก่อสร้างโดยประมาณ

Builk Cost Control เป็นระบบที่ยืดหยุ่น คุณจะวางแผนต้นทุนโดยแยกประเภทต้นทุนเป็น 89 ประเภท หรือ จะใช้วิธีที่ง่ายกว่า แต่ละเอียดน้อยกว่าคือ วางแผนต้นทุนงานก่อสร้างโดยประมาณ ซึ่งแยกเป็น 5 ประเภทคือ วัสดุ แรงงาน เครื่องจักร ค่าจ้างเหมาช่วง และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 

วิธีวางแผนต้นทุนงานก่อสร้างโดยประมาณ เหมาะกับ เจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับงานก่อสร้างเลย อาจจะมึนงงกับรหัสต้นทุน 89 ตัวจนเลิกวางแผนไปเลย ดังนั้น การวางแผนแบบประมาณการณ์อาจเหมาะสมกว่า

บทความที่เกี่ยวข้อง : เวิร์คโฟลว์ Builk Cost Control ที่เราแนะนำหลักการวางแผนงบประมาณ , วิธีการใช้ งบประมาณโครงการ, วางแผนโครงการก่อสร้าง จุดเริ่มต้นของการควบคุมโครงการเปลี่ยนมูลค่าจาก BOQ ไปเป็นต้นทุนใน รหัสต้นทุน อย่างไร

 

บิลค์ คือโปรเแกรม บริหารธุรกิจก่อสร้าง ออนไลน์ ช่วยคุณประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มกำไร ใช้งานฟรี 100%

 

ขั้นตอนการ วางแผนต้นทุนงานก่อสร้างโดยประมาณ

สมมุติว่า โครงการที่ประมูลได้มา คุณประมาณต้นทุนค่าวัสดุซัก 8ล้าน ค่าแแรง 2ล้าน ค่าเครื่องจักร   2แสน ค่าจ้างเหมาช่วงอีก 3ล้าน ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ คงซัก 2.5 ล้าน รวมแล้ว 15.7 ล้านบาท

เมื่ออยู่ในขั้นตอน วางแผนต้นทุนโครงการ ให้ใส่ตัวเลขต้นทุนโดยประมาณที่คิดไว้ในรหัส งานอื่นๆ เข่น กรณีนี้ให้ใส่ค่าวัสดุ 8 ล้าน ในรหัส 116 ต้นทุนวัสดุในหมวดงานอื่นๆ  และ ค่าแรง 2ล้าน ในรหัส 216 เป็นต้น จากนั้นใส่ตัวเลขให้ครบทั้ง 5 หมวด เท่านี้คุณก็ได้เห็นภาพรวมคร่าวๆแล้ว ว่าจะใช้จ่ายเท่าไหร่กับโครงการนี้

estimated-planningคลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

แล้วควรจะเลือกวิธีไหนดีระหว่าง วางแผนต้นทุนงานก่อสร้างโดยประมาณ กับ วางแผนทั้ง 89 รหัสต้นทุน

เลือกวิธีที่เหมาะสมกับคุณยังไงล่ะ

Builk Cost Control เป็นระบบที่ยืดหยุ่นมากๆให้ผู้ใช้งานประยุกต์ให้เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงาน (และ แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์) จะเลือกแบบละเอียดหรือหยาบก็แล้วแต่ว่า อยากได้ข้อมูลอะไรบ้าง แต่วิธีไหนก็มีเป้าหมายในการใช้ระบบเหมือนกันคือ เปรียบเทียบแผนกับต้นทุนจริงได้

เจ้าของบ้านที่สร้างบ้านแค่หลังเดียว อยากรู้ต้นทุนของบ้าน คงไม่อยากรู้ว่า งานฐานรากใช้ไปเท่าไหร่ แต่อยากรู้แค่ว่า ค่าโซฟา แชนเดอร์เลียที่บันได ที่คุณผู้หญิงขอมา รวมๆแล้ว จะเหลือเงินจัดสวนมั้ย

เมื่อบันทึกข้อมูลใช้จ่ายจริงๆ จัดสรรต้นทุนเข้าประเภทต้นทุนที่เกี่ยวข้อง กราฟต้นทุนโครงการของคุณจะเปลี่ยนทันที

สมมุติว่า ในเดือน ก.ย. 2014 ซื้อเหล็กมา 1 ล้านบาท และ ในเดือน ต.ค. 2014 คุณจ่ายทำสวนงวดแรกให้กับผู้รับเหมาจัดสวน 2 แสนบาท จากนั้น คุณบันทึกค่าเหล็กในหมวดวัสดุ 1xx และ บันทึกค่าจ้างเหมาช่วงในหมวด 4xx

กราฟต้นทุนโครงการจะขยับเรื่อยๆตามที่คุณบันทึก ทำให้คุณรู้ข้อมูลตลอดโครงการว่าใช้เกินแผนหรือเปล่า คราวนี้พอจบโครงการคุณจะรู้แน่ๆว่าได้กำไรอย่างที่คาดไว้หรือไม่

 cost-graphคลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

 

 

X