รหัสต้นทุน ใช้ทำอะไร

ตัวอย่าง รหัสต้นทุนรับเหมาทั่วไป

รหัสต้นทุนใช้จำแนกประเภทต้นทุนงานก่อสร้าง เพื่อควบคุมต้นทุนให้เป็นไปตามแผนอย่างมีระบบ โดยรวมมูลค่ารายการวัสดุ แรงงาน ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันไว้ด้วยกัน เป็น 5 กลุ่มหลักคือ ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าอุปกรณ์ ค่าจ้างเหมาช่วง และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ละหมวดแบ่งประเภทย่อยลงไปอีก 16 หมวด เช่น งานพื้นผนังบันได งานประตูหน้าต่าง เป็นต้น

 

บทความที่เกี่ยวข้อง : รหัสต้นทุนก่อสร้าง 5 ประเภท สำหรับธุรกิจ SMEsรายการรหัสต้นทุน,  รหัสต้นทุนเวอร์ชั่นที่ 2

 

บิลค์ คือโปรเแกรม บริหารธุรกิจก่อสร้าง ออนไลน์ ช่วยคุณประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มกำไร ใช้งานฟรี 100%

 

สาเหตุที่บิลค์แนะนำให้ควบคุมต้นทุนด้วยวิธีนี้เพราะการใช้ BOQ คุมต้นทุนเป็นเรื่องยาก บางโครงการมีแผนรายการวัสดุเป็นหมื่นเป็นแสนรายการ การเปรียบเทียบแผน-ใช้จริง ตามรายการใน BOQ คงจะเป็นภาระกับผู้จัดการโครงการมากไป บางครั้ง รายการของอาจไม่ได้อยู่ในแผนด้วยซ้ำ

BUILK Cost Control ตั้งใจ ลดเวลา ลดภาระ การเก็บข้อมูล แปลข้อมูล ให้กับผู้ทำหน้าที่ควบคุมต้นทุน มีขั้นตอนคร่าวๆคือ

  • เริ่มจากการแปลง BOQ เป็น แผนต้นทุนแยกตามรหัสต้นทุน ทุกกิจการจะได้ชุดรหัสต้นทุนมาตรฐานคือ รหัสต้นทุนงานก่อสร้างทั่วไป  ถ้าหากชุดรหัสต้นทุนนี้ยังไม่ตรงกับความต้องการ Builk Cost Control มีต้นทุนมาตรฐานให้เลือกทั้งหมด 5 หมวด(ฟรี) ได้แก่ รับเหมาทั่วไป, รับเหมาก่อสร้างงานโยธา, รับเหมางานตกแต่งภายใน, รับเหมางานระบบ, รับเหมางานก่อสร้างพิเศษ แต่ถ้าหากเป็นธุรกิจก่อสร้างที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่สามารถใช้ต้นทุนที่มีบริการฟรี สามารถสร้าง รหัสต้นทุนเฉพาะกิจการได้ (มีค่าใช้จ่าย)
  • เมื่อสั่งซื้อ ให้บันทึกการสั่งซื้อใน ใบสั่งซื้อ แล้วจัดสรรมูลค่าในใบสั่งซื้อไปที่รหัสต้นทุน เช่น ซื้อปูนถุง 1 หมื่นบาท จ่ายค่าฉาบปูน 2,500 บาท เท่ากับว่า มีค่าวัสดุและค่าแรงเกิดขึ้นที่งานก่อฉาบ รหัสต้นทุน 106 และ 206 จำนวน 10,000.- และ 2,500.- ตามลำดับ  
  • แทนที่จะเปรียบเทียบแผน-เกิดขึ้นจริง ของรายการใน BOQ ให้เปรียบเทียบมูลค่าที่เกิดขึ้นในต้นทุนแต่ละหมวดหมู่ในรายงานของ BUILK Cost Control เช่น รายงานสรุปต้นทุนโครงการ

 

 ตัวอย่าง รายงานต้นทุนโครงการcost report

X